Short-Fiction

 

 

LifeMate ~ TOP * G-Dragon [Ft.Teddy*Baekky] 

Poet ~ Koru or Dark-winG

Poet Note
~ มันก็แค่เรื่องราวที่แต่งขึ้น ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลในเรื่องแต่อย่างใด...อ่านเพลินๆ อย่าคิดจริงจังเน้อ!!

 

 

 

เวร ...และ กรรม

มันคือสิ่งผิดพลาดที่สุดที่ ชเว ซึงฮยอน ไม่อยากจะให้มันเกิดขึ้น

 

ตายแน่แล้ว กู ....!!!

 

หนุ่มแร็พเปอร์ประจำวงบิ๊กแบงกำลังยืนเหงื่อตกซิกๆ หน้าซีดอย่างกับคนใกล้เป็นลมเต็มแก่ ชายหนุ่มกำลังยืนหันซ้ายแลขวาห่วงหน้าผะวงหลังด้วยกลัวว่า เจ้าของหมวกใบกิ๊บเก๋นำแฟชั่นสุดล้ำสมัย อย่าง ควอน จียง จะเข้ามาพบกับผู้ต้องหาคดีทำหมวกสุดรักสุดหวงของเจ้าตัว เละ...สภาพไม่พึงประสงค์สักเท่าไหร่

 

เอาไงดีว่ะ ซึงฮยอนสบถออกมาเป็นคำถามพลางเกาหัวตัวเองแกรกๆ ด้วยคิดไม่ตก พลางมองของกลางในมือที่มันกำลังหยดย้อยลงมาอีกครั้ง ก่อนจะส่งเจ้าของกลางนั่นเข้าปากแล้วดูดดังจ๊วบ

 

อ่า...อร่อย

 

เฮ้ย .... แต่นี่ไม่ใช่เวลามานั่งละเมียดละไมไอติมในมือนะ ชเว ท็อป!!!

 

ในระหว่างที่กำลังระเริงกับไอติมรสโปรดในมืออยู่ตาก็พลันมองกลับไปที่หมวกสุดรักของหัวหน้าควอนอีกที แล้วก็แทบร้องเจี๊ยก .....=[]=”

 

ก็เวลานี้มันหนักกว่าเก่าแล้ว ......

 

แย่แล้ว ชเว ซึงฮยอน ไอติมที่นายท่านกิน ทำไม ละลายเร็วเยี่ยงนี้ ... แล้วละลายหยดลงอะไร ถ้าไม่ใช่ หมวกของควอน จียง!!!

 

 

ทำไงดีว่ะ?? คำถามเดิมอออกจากปากของซึงฮยอนอีกครา แต่ไอติมที่ยังคงละเมียดไม่หมด ก็ยังคงละลายต่อไปอย่างนั้น ..สงสัย แอร์เย็น ลมแรง พัดไอติมละลาย ? คิดแล้วคิ้วก็ขมวด กระดาษทิชชู่อยู่ที่ไหนล่ะเนี้ย?

 

ซึงฮยอนมองไปทั่วห้องพัก ก่อนจะเจอเข้ากับกล่องกระดาษทิชชู่ เจ้าตัวเดินไปยังหน้ากระจกพร้อมกัดไอติมอีกคำด้วยความระมัดระวังไม่ให้ฟันหัก -0- รสชาติของไอติมสุดโปรดยังคงอร่อยไม่เคยเปลี่ยน เขาหยิบกระดาษมาหนึ่งแผ่น ... และ

 

 

 

เช็ดแขนตัวเอง .. เนื่องจากไอติมละลายใส่

ลืมอะไรหรือเปล่า?

 

 

กัดไอติมอีกคำ และ .. หยิบกระดาษทิชชู่อีกแผ่น

เช็ดปากตัวเอง เพราะมันเลอะไอติม ............ ลืมอะไรหรือเปล่า?

 

กัดไอติมคำสุดท้าย และ ....เดินไปทิ้งไม้ไอติมที่ถังขยะ

นี่ ชเว ซึงฮยอน......นายลืมอะไรหรือเปล่า?!?!

 

 

 

 

หมวกช้านนนนนนนนนนนนน!!!!!” เสียงยิ่งกว่าสิบแปดหลอด และหลายร้อยเดซิเบลล์ดังจนแก้วหูของเทมปู่สั่นสะเทือน จนต้องเอานิ้วแหย่และเกาด้วยเกิดอาการคัน ก่อนจะหันไปมองที่มาของเสียง

 

 

 

ตายห่า!!!!!!!!!

ชเว ซึงฮยอน ลืมทำลายหลักฐาน!!

 

ว่าแต่ ควอน จียงเข้ามาเมื่อไหร่?

 

จียง ....นะ...นายเข้ามาเมื่อไหร่? ซึงฮยอนเอ่ยถามพร้อมกับที่ใบหน้าหล่อเข้มจะซีดลง ........ณ เวลานี้ ไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่า คนตัวเล็กตรงหน้าอีกแล้ว

 

จียงที่อยู่ในสภาพ สั่นไปทั้งตัวราวกับของเข้า ...เอ๊ะ หรือเข้าแล้วก็สุดจะรู้ เพราะดูเหมือนคนของขึ้นยังไงยังงั้น ... หัวหน้าวงบิ๊กแบงยืนถือหมวกตัวเองด้วยมืออันสั่นเทา น้ำตาแทบไหลพรากเมื่อเห็นสภาพพวกที่มีรอยเปื้อนเลอะ เนื้อไอติม ...เป็นดวงๆ

 

ใครมันทำ ลูกรักสุดหวงของควอน จียง!!!

คนตัวเล็กสะบัดหน้าขึ้นมองผู้ต้องสงสัยในทันที ดวงตาประกายระยับด้วยเปลวเพลิงที่แทบจะเผากอริลล่าได้ทั้งตัว แถมจะแยกเขี้ยวออกมากัดๆ ฉีกๆ ร่างกอริลล่าถึกๆให้กระจุยไม่เป็นชิ้นดีได้ด้วยซ้ำ

 

ฝีมือนายใช่มั้ย ไอ้ปู่!!”

 

คำตอบที่ได้รับ คือการเกาหัวจากชเว ซึงฮยอน เพียงแค่นั้นก็รู้แล้วว่า มันทำ หรือ ไม่ทำ

 

….กร็อบ...แกร็บ ....

 

ย๊ากกกกกกกกกกกกกกกก!!!!

 

หลังจากที่สะบัดลำคอซ้ายทีขวาที ควอน จียงก็วิ่งถลาเตรียมส่งบาทาให้ผู้ต้องหาในทันที ....แล้วมีหรือที่หนุ่มแร็พเปอร์จะยืนนิ่งให้ถูกประหาร งานนี้ หนีสิหนี !!!

 

 

อย่าหนีนะ ..ไอ้เลวซึงฮยอน ...หยุดให้เตะซะดีๆ!!!”

อ๊าก......ก.... หนีสิ ต้องหนี..

 

 

 

คนอย่าง ชเว ซึนฮยอน เป็นสุภาพบุรุษ+ลูกผู้ชายพอ ....รับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองเสมอ!!

แล้วหนีทำไม? ...ต้องหนีสิ ก็มันใช่ความผิดของเขาที่ไหนกัน ...ใครสั่งให้เปิดแอร์แรงๆล่ะ ลมมันเลยพัดมาโดนไอติม(โคตร)อร่อยละลายหยดใส่ลูกรักของ ควอน จียง เลย ....ชเว ซึงฮยอน ไม่ผิด คนเปิดแอร์ต่างหากที่ผิด!!

 

 

ขณะกำลังเข้าเกียร์4 ชิดซ้ายเตรียมตีโค้งครั้นถึงทาง3แยก เพื่อหนีเจ้ากรรมนายเวรที่ไล่ตามมาติดๆ

 

 

พลั่ก!!

 

 

รู้สึกเหมือนชนอะไรบางอย่างกระเด็น !? ...แต่มันก็ไม่สามารถหยุดฝีเท้าของแร็พเปอร์รูปหล่อประจำวงที่กำลังวิ่งหนีความตายได้ ...ขาซ้ายย่อเล็กน้อยเหยียบเต็มฝ่าเท้าเป็นแรงส่งตัวให้กระโดดข้ามสิ่งที่เพิ่งชนล้มเมื่อครู่

 

ก็บอกแล้ว... ชเว ซึงฮยอน รับผิดชอบการกระทำเสมอ

 

ทว่า อนิจจา...เป็นเพราะกรรมตามทัน หรือ ความซวยที่อุบัติขึ้นโดยบังเอิญก็มิอาจทราบได้ ...ที่ดลบันดาลให้ปู่ของวงซึ่งวิ่งเต็มฝีเท้าเบรกแตก ถลาไหลลื่นกระแทกหน้าแหกแนบปากจุมพิตประตูที่เปิดกว้างออกพอดิบพอดี

 

 

อู๊ยยยย เจ็บๆ....ใครว่ะ แมร่งเปิดมาได้ ตาบอดมองไม่เห็นคนรึไง

 

 

แกต่างหากตาบอดมองไม่เห็นไอ้ลิงควาย...!!”

 

 

เสียงคุ้นๆดังจากทางด้านหลัง เรียกให้ซึงฮยอนที่นั่งลูบหน้าหันไปมอง จึงได้รู้ว่าเจ้าของเสียงเป็นใคร

 

พะ...พี่เบ็คคยอง

 

 

ไม่ต้องเรียก...! กูจำชื่อกูได้” คนตัวเล็กสวนกลับทันควัน “มึงเลิกถูหน้าแล้วแคะขี้หูฟังกูพูดให้ดีๆไอ้กอริลล่า...ชนกระเด็นแค่สะกิดต่อมนิดๆ พอหยวนๆให้อภัยได้ ...แต่กระโดดข้ามเนี่ย ต่อมแตกว่ะ อ้อ...! ที่บอกไปมึงไม่ต้องจำหรอก เพราะมึงจะมีชีวิตอยู่บนโลกอีกไม่กี่นาทีเท่านั้น มึง...! ตายยยย !!”

 

ว่าแล้วก็ไม่เสียเวลาวอร์มร่างกายให้พร้อม ...คนตัวเล็ก(กว่ามาก)กระโดดเข้าใส่โดยส่งฝ่าพระบาทงามๆแบบแพ็กคู่นำหน้ามาก่อนตัวทันที

 

ส่วนหัวหน้าวงร่างเล็กที่(เพิ่ง)วิ่งมาถึงก็ได้แต่ยืนเกาหัวมองเหตุการณ์อย่าง งงๆ

ผิดกับคนเปิดประตูที่ยืนขำอย่างเอาเป็นเอาตายราวกับว่า ถ้าขำจนหน้าแดงประกอบกับเกร็งหน้าท้องแล้วซิคแพคจะเพิ่มขึ้นจากหนึ่งเป็นหกชั้น

 

เสียงหัวเราะลอดผ่านรูหูกระทบโสตประสาทเรียกความสนใจคนตัวเล็กให้เงยหน้าละจากการกัดๆฟัดๆ รุ่นน้องร่างสูงกว่า(มาก) เอ่ยถามเจ้าของเสียงอย่างไม่สบอารมณ์

 

ขำไรว่ะไอ้หมีควาย หยุดเลย...ถ้าไม่หยุดเดี๋ยวมีเฮๆ

 

โอ้ววว...จะจัดปาร์ตี้เหรอ งั้นรีบไปซื้อของเตรียมจัดงานที่บ้านกัน ...ป่ะ ไอ้เตี้ย ลุก…! เวลาว่างมีน้อย ใช้ให้คุ้มๆ

 

ว่าแล้ว ก็จัดการอุ้มคนตัวเล็กออกจากตัวกอริลล่าแร็พได้ขึ้นพาดบ่า เดินจากไปพร้อมเสียงโวยดังลั่น

 

ว๊ากกกก ไอ้หมีควาย...! ปล่อยช้านนน ปาร์ตี้บ้าบออะไรของแก ปล่อยสิโว้ย ปล่อยยย!!”

 

.

.

 

ความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง ....ร่างสองร่างที่เหลืออยู่ ณ ที่นี้ได้แต่มองตามคนแบกและคนโดนแบกอย่างงุนงง ก่อนจะหันมามองหน้ากัน ดวงตาสองคู่สบกันอย่างสื่อความหมาย

 

ไม่ต้องอ้าปากถามให้เมื่อยเปลืองน้ำลายและเสียเวลา ....แร็พเปอร์หนุ่ม ชเว ซึงฮยอน ขยับกายดีดตัวขึ้นจากพื้น เดินเครื่องเต็มพิกัดตามสองรุ่นพี่ต่างไซส์ไปทันที โดยมีร่างเล็กของหัวหน้า ควอน จียง ที่อาศัยช่วงจังหวะร่างสูงกำลังลุกขึ้นยืนนั้นกระโดดเกาะหลังพร้อมถ่ายทอดคำสั่ง

 

 

ตามไปเร็วไอ้ปู่ เร็วๆ

 

ขี่หลังทำไม? ปากถาม สองขาวิ่ง

 

เหนื่อย ขี้เกียจวิ่ง มีไรม่ะ ....ไม่ต้องพูดมาก เรื่องหมวกยังไม่ได้ชำระนะเว้ย วิ่งไป...!”

 

 

 

เงียบ....

 

 

 

คดีความใหญ่ติดตัว เถียงไม่ออก ...ก้มหน้าก้มตาวิ่งแบกรับน้ำหนักต่อไป

ทว่า...วิ่งได้ไม่นาน เครื่องเริ่มอืด เพราะน้ำหนักเกินพิกัด

 

 

เป้าหมายหายไป....?

 

 

ง่ะ...หายไปไหนแล้วอ่ะ เพราะนายคนเดียวเลย ชักช้า อืดอาด วิ่งให้มันเร็วๆหน่อยเดะ

 

 

ไม่โวยเปล่า...มือเล็กๆยังจับไหล่เขย่าอีกด้วย

ถามว่าแรงแค่ไหน....ถ้าคอกับตัวมันเชื่อมด้วยข้อต่อ ป่านนี้หลุดกระเด็นกลิ้งหายไปไหนต่อไหนแล้ว

 

 

อยากเร็ว... ขามีก็วิ่งเองสิวะ รู้มั้ยว่ากูหนัก...!”

 

 

ให้ตายเถอะ... ชเว ซึงฮยอน อยากจะพูดประโยดนี้เสียเหลือเกิน ....คดีๆ ท่องไว้ๆ ตามใจมันไปก่อน

บ่นในใจ...ตาเหลือบเห็นทางข้างหน้า

 

 

ทางแยก.....??

 

 

เวง... ไปทางไหนดีว่ะ ซึงฮยอน....คิดๆ คิดก่อนที่มังกรเกาะหลังจะเปิดปาก

 

 

โอ้ววว...จะจัดปาร์ตี้เหรอ งั้นรีบไปซื้อของเตรียมจัดงานที่บ้านกัน ...ป่ะ ไอ้เตี้ย ลุก…! เวลาว่างมีน้อย ใช้ให้คุ้มๆ

 

 

ปาร์ตี้...!?

 

ซื้อของ...!?

 

บ้าน...!?

 

 

สมองประมวลความคิด จับใจความจากประโยคที่รุ่นพี่ที่เคารพได้กล่าวทิ้งไว้ก่อนไป ...ขาสองข้างพาร่างทั้งสองตรงสู่ทางแยก เบี่ยงตัวชิดกำแพงแล้วปัดท้ายเลี้ยวขวาตรงสู่ลานจอดรถของบริษัทอย่างสวยงาม

 

 

.

.

 

 

เสียงโวยวายยังคงดังอย่างต่อเนื่องจากคนตัวเล็ก(เกิน)ที่นั่งข้างคนขับรูปงาม ที่เจ้าคนโวยวายให้สรรพนามใหม่ว่า ...ไอ้หมีควาย... ปาร์ค เท็ดดี้ก็ยังคงยิ้มร่ากับคำหวาน (?) ของเบ็คคยองอยู่อย่างนั้นโดยไม่มีทีท่าว่าจะจอดรถตามคำบัญชา

 

 

มึงหูหนวกหรือไงว่ะ ไอ้หมีควาย กูบอกให้จอด!!! เสียงที่ราวกับตะเบ็งผ่านโทรโข่งดังสนั่น แต่ท่าทีของปาร์ค เท็ดดี้ยังคงเป็นเช่นเดิม ..ยิ้ม ..ยิ้ม...และก็ยิ้ม มันยิ่งจุดฉนวนเดือดแก่คนตัวเล็กนี่เหลือเกิน

 

 

ในชีวิตนี้ สิ่งที่ซอง เบ็คคยองรู้สึกภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต คือความแมนเกินร้อย (หรือติดลบ ..ไม่อะไม่มี) แต่สิ่งที่ดูจะทำให้กลายเป็นปมด้อยที่เจ้าตัวรู้สึกเสียใจที่เกิดมามากที่สุด คือ ความสูง!!

 

 

มันผิดหรือไงที่เค้าเกิดมาเป็นผู้ชายที่ไม่สูง ...

ผิดหรือวะ ...เออ ผิด ผิดมหันต์เลยสำหรับคนอย่างเค้า

 

 

มันตัวเล็ก น่าเอ็นดู น่าทะนุถนอม แต่ขอเถอะวะ ... นั่นไม่ใช่สำหรับ ซองเบ็คคยอง หรือเบ็คกี้คนนี้

เค้าแมนเต็มเปี่ยม และใจมุ่งมั่นเกินร้อยที่จะไม่ยอมเป็นอุเคะให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น

 

แต่ทำไมว่ะ .. ทำม๊ายยยยยยยยยย

 

เค้าต้องมานั่งแหกปากตะโกนร้องจะลงจากรถกับไอ้หมีควายหน้าตายข้างๆนี่ด้วย มันดูขัดๆไงไม่รู้วะ

เบ็คกี้ไม่ปลื้ม ...แบบนี้ไม่ปลื้มอ่ะ จบ!!

 

 

อีกครั้งนะเว้ย ...ไอ้เชี่ยเท็ด ..กู บอก ให้ มึง จอด ..กูจะลงงงงงงงงง!!!! ปาร์ตี้บ้าบอบ้าน พ่อง...กูไม่เคยบอกจะจัด มึงอย่ามั่ว อย่าขี้ตู่ จอดเดี๋ยวนี้กูจะลง เชี่ยนี่ สบถคำหยาบด่ามันก็แล้ว ไอ้หมีควายข้างๆคงหนังหน้าหนามาก ทำไงดีๆ ...เหตุการณ์ที่ตามหลอนตั้งแต่อยู่ในห้องวันไทม์ ยังคงติดตรึง

 

 

เชี่ยแมร่งงง... ไอ้เท็ดดี้ อย่าให้ได้ลงไปยืนที่พื้นได้นะเฟ้ย จะสกายคิ๊กแม่มเลย เชี่ยย ...คนอย่างซองเบ็คคยองไม่เคยเสียศูนย์ให้ใคร ..แต่ทำไมต้องเป็นมัน โฮกกกกกกกกกกก T^T

 

 

ถ้าเค้าไม่ซุ่มซ่าม ..

ถ้าเค้าจะสูงกว่านี้... (?)

ถ้าหากเหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้เป็นความฝัน

 

ใช่ ถ้ามันเป็นความฝัน .... ไอ้หมีควายข้างๆคงไม่ฉุดกระชากลากถูเค้าออกมา แบบนี้หร๊อก!!!!!!!

 

ผิดหรือไงว่ะ ที่ ซอง เบ็คคยองจะเอามันไปแบคเมลล์ ด้วยรูปถ่ายเวลามันนอนเปลือย ..ช่วยไม่ได้ มึงอยากหวงเนื้อหวงตัวดีนัก ก็เลยจะสนองนี๊ดแฟนคลับเสียหน่อยด้วยการเอามึงไปประจาน ก็แค่นั้น

 

แต่ ถ้าเบ็คกี้จะเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุด...ในโลกนี้คงไม่มีคำว่าโชคร้าย

 

ใครให้ไอ้บ้าข้างๆนี่มาเจอมือถือเค้าแล้วเห็นรูปในนั้นกันว่ะ ...ไม่พอแค่นั้น  แม่งยังเจือกคิดว่าเค้าเป็นพวกจิตวิปริตวิปลาส ชอบไม้ป่าเดียวกัน แล้วคิดว่า เค้าชอบมัน ...ถูก อ่านไม่ผิดหรอก มันคิดว่า ซองเบ็คกี้ที่แมนยิ่งกว่าแมนคนนี้ ชอบมัน ..เชี่ยจริง มันเอาสมองส่วนไหนคิดว่ะ?

 

ไอ้บ้าเท็ดดี้สมองกลวงเอ้ย ...

เท่านั้นไม่พอ แม่ง ยังมาทำตาเล็กตาน้อยใส่ ..ยิ่งคิดแล้วก็ชวนขนลุก ...นอกจากทำตาเล็กตาน้อยใส่ มันยังประกาศก้องนับแต่วันนี้ ซอง เบ็คคยอง คือ เมียมัน!!!!

 

ไอ้เชี่ย ไอ้เลว ......ไอ้หมีควายเท็ดดี้สมองกลวง

ใครเค้าสมยอมไปเป็นเมียเมิงงงงง แล้วใครบอกว่ากูจะเอามึงเป็นสามีว่ะ ...... ไม่เว้ย ไม่!!!

 

และนี่คือสิ่งที่เบ็คกี้ทนไม่ได้ จนต้องหาทางหนีทีไล่เพื่อออกจากห้อง

 แต่ทว่าความซวยไม่เคยปรานีใคร โดยเฉพาะ หนุ่มรูปงาม ความสูงมาตรฐานชายไทย (ไม่ใช่แระป้า..) อย่างเบ็คกี้คนนี้

 

ซวยบัดซบ มันคือวันมหาวิปลาสของเค้า

แถมยังเจือกโดนไอ้รุ่นน้องเวร รองประธานสมาคมรักนวลสงวนตัวอย่างไอ้ ชเว ท็อปนั่น ชนอีก .... เอวัง จริงๆชีวิตกรู

 

แล้วไง ...ผลสุดท้ายเป็นไง หนีมันไม่พ้น

หนีไอ้หมีควายหนังหน้าหนานี่ไม่พ้น ถูกมันฉุดกระชากลากถูออกมา แถมเหวี่ยงขึ้นรถแบบสบายๆ นี่กู เบาขนาดนั้นเชียว (เออ) ...แม่มมมม คิดแล้ว โมโหว่ะ โมโห!!!!

 

 

.

.

 

 

คันข้างหน้าๆ ...เห็นแล้ว แกอย่าขับเร็วหนักดิว่ะ ไอ้ปู่ จียงที่นั่งข้างคนขับชี้นิ้วไปตามรถคันแล้วคันเล่า และสุดท้ายก็หยุดนิ้วที่รถเป้าหมาย

 

เวลานี้ความมุ่งมั่นที่จะตามติดพี่ชายทั้งสองแห่งวงวันไทม์มันมีมากโข

มากพอที่จะทำให้สองหนุ่มแห่งวงบิ๊กแบงสนุก แบบ ครึ้มอกครึ้มใจ (เป็นเอามาก)

 

สั่งจริง ...ไมไม่มาขับเองละ ชเว ซึงฮยอนเอ่ยขึ้นเมื่อเจ้าตัวเล็กที่นั่งมาด้วยบ่นมาตลอดทาง ไอ้นี่ก็ไม่ได้ ไอนั้นก็ไม่ดี นู้นก็ไม่ได้ดั่งใจ ...แล้วทำไม พ่อเจ้าประคูณไม่มาทำเองละวะ

 

อย่าพูดมากได้ปะวะ บอกให้ทำอะไรก็ทำไปดิ ... อย่าลืมนะเว้ย ว่าทำอะไรไว้กับลูกรักของฉัน

 

แล้วซึงฮยอนจะทำอะไรได้อีกนอกจากหัวเราะแห้งๆและทำหน้าที่สารถีที่ดีต่อไป .... งานนี้โคนันไม่ต้อง โดราเอม่อนไม่พึ่ง นักสืบเทมป์จี ออกโรงเองแล้ว ~!!!

 

 

เฮ้ย...ติดไฟแดงว่ะ จียงสบถอย่างหัวเสีย ก่อนจะมองรถคันหน้าด้วยความมุ่งมั่น จนแทบจะทะยานออกนอกตัวรถไปแล้ว

 

รู้งี้น่าจะเกาะกระโปรงหลังไปนะ ว่าป่ะ?

 

ไอ้บ้า ไม่มีหัวคิดหรอมึง ...ถ้าเกาะกระโปรงหลังพี่เค้าก็รู้ดิ นอกจากมึงจะแปลงร่างเป็นกอริลล่าไซส์มินิ จียงว่าเข้าให้ ทว่าพี่ใหญ่ของวงกลับพะยักหน้าเห็นด้วยเสียกระนั้น โดยไม่ทันฉุกคิดว่าสิ่งที่หัวหน้าวงเอ่ยออกมานั่น กำลังสื่อถึงว่า ชเว ท็อป สมควรลดน้ำหนัก!!

 

 

เฮ้ยๆ...นั่นพี่เค้ากำลังทำไรว่ะนั่น ดูเด่ะ จียงชี้นิ้วไปยังรถคันข้างหน้า ในขณะที่ ซึงฮยอนแทบเบิกตาโพลง

 

เว้ย...แบบนั้นมัน...........

 

...อึ่ก.... ทั้งคู่กลืนน้ำลายลงคอ น้ำลายหนืด ก้อนใหญ่ๆ เล่นเอาแทบจุก ...แต่จุกที่สุดก็คงหนีไปพ้นภาพที่เห็น

 

 

.

.

.

 

 

ปล่อยนะเว้ย ไอ้เชี่ยเท็ด เบ็คคยองดิ้น สะบัดสะบิ้งเหมือนนางเอกหลังข่าวช่องเจ็ดไม่มีผิดเพี้ยน นางเอกที่กำลังถูกพระเอกขัดขวางไม่ให้ลงจากรถ

 

เมื่อกี้ ความโชคดีมาเยือนเบ็คกี้คนนี้แล้ว เมื่อรถมันติดไฟแดง แล้วใครมันจะอยู่ให้โง่ว่ะ ก็ชิ่งดิ ...

 

แต่ระหว่างที่กำลังปลดเบลล์ เตรียมตัวกระชากประตูรถออกไป ไอ้มือกาวข้างๆก็คว้ากหมับพร้อมเสียงดังกริ๊ก ประตูล็อกเรียบร้อย  มันจะทำอะไรกู ...ไอ้เชี่ยนี่ไว้วางใจไม่ได้วะ

 

จะหนีไปไหน ยาหยี

 

ใครว่ะ ยาหยีมึง ...พูดบ้าๆอะไรของมึงเนี้ย เท็ด ปล่อยกูเหอะ กูจะลง .....ดิ้นเว้ย ดิ้น ... เวลานี้ เบ็คกี้ไม่สนว่าใครจะมองยังไง แต่ที่แน่ๆ เค้าต้องลงจากรถคันนี้ให้ได้

 

คนที่เค้ารักกันมันต้องพูดจาเพราะๆไม่ใช่หรอ? เท็ดดี้พูดพลางทำท่า เอียงคอสี่สิบห้าองศา แอ๊บแบ๊วสุดๆ ...ถ้าเป็นเวลาอื่นที่มันทำท่าทางแบบนี้ ซอง เบ็คคยองคงจะขำขี้แทบเล็ด แต่เวลานี้ไม่ใช่

 

 

มันไม่ใช่เวลาจะมาขำ!!

 

มันทั้งน่ากลัว ทั้งชวนขนลุกสุดๆ .... ไม่ปล่อยกู กูจะร้องไห้แล้วนะไอ้เชี่ย

 

 

ใครเค้ารักแก ...ไม่มีอะ ไม่มีเว้ย ...เชี่ยเท็ด มึงคิดใหม่เถอะ กูเบ็คกี้เพื่อนมึงนะ

 

ไม่แล้วละ ...ไม่ใช่เพื่อนแล้ว เบ็คกี้ที่รัก ....ฉันเพิ่งจะค้นพบตัวเองว่าแท้จริงแล้ว ฉันรักนายแค่ไหน

 

 

โอ้ยยย ...กูจะอ๊วก ...ใครเอายาพลิกสมองให้ไอ้บ้านี่กินหรือเปล่าว่ะ .... แค่รูปจากมือถือเค้า แค่รูปมันเปลือยแค่นี้ มันก็บ้าได้ขนาดนี้เลยหรือไง โอ้ยยย ... ใครก็ได้ มาฆ่ากรูที ...เบ็คกี้อยากตายให้รู้แล้วรูดแร่ด ... ฮึ่ก!!

 

 

ไม่เว้ย ..เท็ดดี้ ไม่ ...มันไม่ใช่..

 

ถ้าไม่เงียบ ฉันจะ..

 

จะอะไรของ มึ..................อุ๊บ!!!!”

 

 

 

มันไม่ทันแล้ว ............. ไม่ทันแล้วจริงๆพี่น้อง ..ซอง เบ็คคยอง กำลังถูกไอ้หมีควายปล้นจูบ ..ตกใจ

ตกก๊ะใจ ...!!!!!!!

 

 

.

.

 

 

เงียบ...

 

 

 

 

ยังเงียบอยู่....

 

 

 

 

อ๊ะ...! เริ่มขยับ

 

 

 

คนขับค่อยๆเอียงคอหันซ้าย ...ตุ๊กตาหน้ารถหันหน้ามาทางขวาแบบสโลๆ

 

 

 

ปิ้ง...!

 

 

ลูกตาทั้งสี่มองลึกเข้าไปข้างใน คล้ายต้องการเจาะไปถึงสมองเพื่อค้นหาความคิดของคนตรงหน้า...

จ้องกันอยู่ครู่หนึ่ง...หัวหน้าวงร่างเล็กก็อ้าปากเปิดประเด็น หลังจากคิดได้ว่า...ขืนมัวแต่มองหน้าขอคำตอบจากไอ้กอริลล่านี่ ชาตินี้คงไม่มีวันได้

 

“แกเห็นอย่างที่ฉันเห็นใช่มั้ยไอ้ปู่”

 

ไม่มีเสียงตอบรับจากหมายเลขที่ ควอน จียง เรียก ...นอกจากภาษากายของคนขับรถที่แสดงออกด้วยการพยักหน้าขึ้นลง

 

เย็นไว้ควอน จียง ...เงียบมองหน้าอีกฝ่ายพลางบอกผ่านสายตาว่า กูต้องการไอเดียเวิร์กๆจากมึง !!

 

 

เงียบบบบ....

 

 

ไม่มีความคิดเห็นหรือคำถามใดใดเล็ดลอดออกจากปาก ชเว ซึงฮยอน แม้แต่คำเดียว...เว้นแต่เปลือกตาที่กระพริบปริบๆ

 

 

แมร่งเอ๊ยยย...!!

 

โอเค...! ลีดเดอร์รูปหล่อ(?)นาม ควอน จียง ผิดเองที่หวังจะได้อะไรที่มันบรรเจิดๆจากสมองกอริลล่าของไอ้ปู่มัน

มึงไม่พูด...กูพูดเองก็ได้วะแสดดดด

 

 

“แกว่ามันแปลกๆม่ะ ...ถึงพี่เท็ดจะกัดพี่เบ็คบ่อยๆจนเป็นเรื่องปกติก็เถอะ แต่พักหลังมันชักยังไงๆอยู่ ตัวนี่ติดกันเหมือนปาท่องโก๋เจ้าหน้าปากซอย(?) แถมมีจูบโชว์อีก(ได้ข่าวว่าเมิงแอบตามมา = =”) คิ้วโก่งขมวดหากันคล้ายกระโปรงรถแจสรุ่นใหม่ ตาเรียวมองเป้าหมาย

 

 

หรือว่าพี่เค้าคบกันอยู่?

 

 

ใบ้กินอยู่นาน...ในที่สุดมันก็พูด

แต่โทษเถอะ ชเว ซึงฮยอน...เปิดปากทั้งที มึงช่วยพูดอะไรที่จรรโลงกว่านี้ได้ม่ะ = =”

ควายยยย !! ...ถ้ากูรู้ กูจะสั่งให้มึงขับรถตามมาด๋อยอะไร

 

แหนะ...ยังมาทำหน้าหล่อตาแป๋ว(?)ใส่อีก เดี๋ยวปั๊ด...!

 

 

ว่าไง...พี่เค้าคบกันอยู่ใช่ม่ะ ซึงฮยอนถามด้วยน้ำเสียงสงสัยสุดๆ

 

 

ผึ่ง...!!!

 

 

 อึก...อั๊ก...ๆ

 

 

เสียงลมหายใจติดขัดร้องผ่านลำคอแร็พเปอร์รูปหล่อทันทีที่สติร่างเล็กขาด เพราะความซื่อ(บื้อ)+โง่ของคนถาม

 

 

ตายซะเถอะชเว ซึงฮยอน ตายๆ ...ไอ้กอริลล่าสมองถั่ว...!!” มือเล็กบีบคอซึงฮยอนพร้อมเขย่าแรงๆหมายคร่าชีวิตให้มันรู้แล้วรู้รอด หัดคิดก่อนพูดบ้างสิฟะ...! ถ้ารู้ว่าพี่เค้าคบกัน ฉันจะสั่งให้แกขับรถตามให้เปลืองน้ำมันเล่นทำแป๊ะอะไร ...สมองอ่ะสมอง หัดจูนรับคลื่นให้มันตรงคนฉลาดๆอย่างฉันบ้างสิโว้ยยย

 

 

ระหว่างที่ซึงฮยอนพยายามแกะมือเล็กที่บีบคอเขาอยู่นั้น ตาคมก็เหลือบเห็นสัญญาณไฟจราจรพร้อมกับรถเป้าหมายกำลังเคลื่อนที่ห่างออกไป

 

 

อะ...อั๊ก......จะ...จีๆ......จียง

 

อะไร...! ที่งี้จะพูด ตอนถามทำไมตอบห่ะ จียงคลายมือหลวมขึ้นพอให้ร่างสูงได้สูดอากาศหายใจมาเลี้ยงชีวิต

 

พะ...พี่เท็ดๆ รถพี่เท็ดไปนู้นแล้ว !!”

 

จียงเบือนหน้ามองตามที่ร่างสูงชี้ ...ตาเรียวเบิกกว้าง เฮ้ย...! ไมเพิ่งบอก ตามไปเร็วเข้าไอ้ปู่ ว่าแล้วก็ปล่อยมือกระโดดกลับไปนั่งประจำที่ โดยมิวายบ่นต่อ เอ้า...ไออยู่ได้ รีบขับไปสักทีเด่ะ เดี๋ยวคลาดกันพอกันดี

 

.

.

 

 

ช้ำครับ ก่อนจบภารกิจนี้ ชเว ซึงฮยอน ต้องช้ำทั้งตัวแน่ครับ

บีบมาได้ กะเอาให้ตายเลยว่างั้น...นี่ถ้าไฟจราจรไม่ช่วยไว้ มีหวังขึ้นหน้าหนึ่งวันพรุ่งนี้

...ศิลปินวัยรุ่นชื่อดัง ช ซ หนึ่งในสมาชิกวงบอยแบนด์ บีบี สังกัดค่าย “Y”ถูกบีบคอจนขาดอากาศหายใจตายอนาจคารถ จากคำให้การของผู้พบเห็นเหตุการณ์ ตำรวจสันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะเป็น ค จ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมวง ...ต่อหน้า 18....

 

 

ที่ไม่ตอบเพราะขี้เกียจพูด เลยพยักหน้า ...เล่นร้องแหกปากชี้ให้ดูซะขนาดนั้น ใครแมร่งมองไม่เห็น ฟันธงได้เลยว่า ไม่สายตาสั้นก็ตาบอด

 

รู้ว่าถามด้วยสายตา ...ก็คนมันไม่อยากพูดอ่ะ

 

ไมถามอะไรควายๆ ...ไม่ได้ควาย แค่ลืมไปชั่วขณะ

 

 

ตาคมเหล่มองคนข้างๆ ที่กำลังฮัมเพลงอย่างสบายอารมณ์ราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น...สบายจริงนะ ที่ยอมให้เพราะเห็นว่ามีคดีความติดตัวอยู่หรอก ไม่งั้นพ่อจับกดตั้งแต่กระโดดเกาะหลังแล้ว

 

เอ๊ะ...!!

 

เมื่อกี๊ว่าไงนะ จับกด !? ....นี่กูไปพิศวาสมันตอนไหนวะเนี่ย

 

คิดแล้ว ซึงฮยอนก็ขอแอบเหล่มองหัวหน้าร่างเล็กอีกสักที ...อืมม์จะว่าไป พอมันเงียบๆแบบนี้ก็น่ารักดีแฮะ

 

 

 

 

ปู่.....ไอ้ปู่....ไอ้เทม...........ชเว ซึงฮยอนนนนน !!!!”

 

 

ซึงฮยอนสะดุ้งเฮือก ตื่นจากความคิด ฮะ...! อะไร...! ตะโกนใส่ไมเนี่ย หูอื่อเลย

 

เรียกดีๆไม่ตอบนี่หว่า ...เอาไงต่ออ่ะ พวกพี่เค้าเข้าไปข้างในแล้ว แกจะเข้าไปม่ะ?

 

ซึงฮยอนขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะมองตามที่จียงชี้

 

โรงแรม...?

 

เออเด่ะ ตกลงว่าไง...ฉันให้แกเลือก เข้า ไม่เข้า

 

ผู้สูงอายุของวงมองคนนั่งเล่นหมวกใบสวยอยู่ข้างๆครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าโรงแรม

 

 

.

 

.

 

.

 

บ้า...

 

บ้าไปแล้ว.....

 

ไอ้ปาร์ค ฮงจุนมันบ้าไปแล้ว....!!!

 

มึงปล้นจูบกูไม่พอใช่มั้ย ถึงพากูมาโรงแรมเนี่ย ...อยากจัดปาร์ตี้ไม่ใช่เหรอ ไปซื้อของที่ห้างสิฟะ มาทำเชี่ยอะไรโรงแรม มันคงมีของใช้จัดปาร์ตี้ได้หรอก ....แมร่งเอาแรงมาจากไหนนักหนาวะ ดิ้นไม่หลุดสักทีโว้ยยยย  อ๊ากกกก ใครก็ได้ช่วยซอง เบ็คคยองที!!

 

 

หยุดดิ้นสักทีสิ ไม่เหนื่อยรึไงเท็ดดี้หันมาถามคนในอ้อมแขน หลังจากติดต่อพนักงานเสร็จเรียบร้อย

 

มึงก็ปล่อยสิวะ ...แล้วพามาทำไมเนี่ย ปล่อยกู...กูจะกลับบ้านนนน...!”

 

ดิ้น...ดิ้นลูกเดียว โวยมันเข้าไป คนมองช่างแมร่ง ขอแค่หลุดพ้นจากไอ้หมีควายนี่เป็นพอ งานนี้ไม่มีคำว่าอายเว้ย...!

 

 

ร่างสูงกว่า(มาก)มองคนตัวเล็กที่ยังคงดิ้นไม่หยุดตั้งแต่ออกจากบริษัท แล้วถอนหายใจก่อนจัดการอุ้มพาดบ่าเดินขึ้นลิฟต์ไปพร้อมเสียงโวยวาย

 

ปล่อยกูไอ้หมีควาย มึงจะพากูไปไหน กูไม่ไปนะ ปล่อยกู...ปล่อยเด่ะ...!”

 

 

 

.

.

 

ห้อง 2807

 

 

หูตึงรึไงวะไอ้หมีควาย กูบอกให้ปล่อยรอบที่สามล้านแปดแล้วนะเว้ย

 

 

ตุ๊บ....!!

 

 

โอ๊ยยย....นึกจะปล่อยก็ปล่อย มันเจ็บนะเว้ย

 

ก็ยาหยีบอกให้ปล่อยไม่ใช่เหรอ ก็ปล่อยแล้วไง เท็ดดี้กลั่วขำในลำคอ พลางสาวเท้าเข้าใกล้

 

เงามืดบดบังแสงไฟ ทำให้คนตัวเล็กที่ก้มสำรวจสภาพก้นตัวเองอยู่นั้นต้องเงยหน้าขึ้นมองต้นเหตุ ก่อนผงะถอยหลังด้วยความตกใจ

 

เฮ้ย...! จะทำอะไรวะ เข้ามาใกล้ทำไม

 

ยิ้ม(ร้าย)ปรากฏบนใบหน้าให้เห็น ขาขยับพากายเข้าหาร่างเล็กบนเตียงคิงไซส์ ....ลางร้ายเริ่มตั้งเค้า

 

คนเป็นแฟนกัน เค้าเข้ามาทำอะไรกันในห้องสวีทของโรงแรมละจ๊ะที่รัก

 

ชิบหายแล้วววว ซอง เบ็คคยอง....

มัวแต่ดิ้น โวยวายให้มันปล่อย จนลืมเป็นเลยว่ามันพาเข้าโรงแรม...แล้วไอ้ยิ้มมุมปากนั้นหมายความว่าไงห่ะ ไอ้หมีควาย เห็นกูอย่างงี้แต่กูก็เลือกนะโว้ย...ว๊ากกก มันจะล้ำเขตเข้ามาแล้ว หนี ต้องหนี....

 

หมับ...!!!

 

 

จะไปไหนจ๊ะยาหยี

 

 

ไม่ทันแล้วววว.....

โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ......ไอ้หมีควายยยย ปล่อยกูไปเถอะ~~~…..เมื่อกี้มึงอยากจัดปาร์ตี้ไม่ใช่รึไง เดี๋ยวกูช่วยมึงถือของแถมโปรโมชั่นจัดสถานที่ฟรีด้วยก็ได้ มึงช่วยเขยิบออกไปห่างๆกูที!!!

 

 

เท็ดดี้ยิ้มมุมปากมองคนตรงหน้า ที่ตอนนี้นั่งแข็งทื่อเป็นหินไปแล้ว

 

ไม่ต้องเขินหรอกน่า...ทีตอนแอบถ่ายรูปฉันยังไม่เขินเลย หึหึ

 

 

.

.

.

.

 

 

ไรเนี่ย อุตส่าห์ลงทุนเปิดห้องติดกัน ไมไม่ได้ยินอะไรเลย ร่างเล็กที่เอาหูแนบกำแพงบ่นอุบ

 

จียง...มานี่ๆ ซึงฮยอนเรียก พลางกวักมือเรียก

 

หัวหน้าวงร่างเล็กเดินมาหาร่างสูงตรงซอกเล็กๆข้างเตียง ก็ยิ้มกว้างเมื่อเห็นสิ่งที่ปู่ของวงชี้ให้ดู

 

โอ้วววว...ใช้ได้หนิไอ้ปู่ แบบนี้อย่าว่าแต่ได้ยินเลย เห็นชัดด้วย...ว่าแต่ แกเป็นไรเนี่ย หน้าแดงเชียว ไม่สบายเปล่า คำตอบที่ได้คือการส่ายหน้า งั้นก็ดี แต่กลับบ้านกินยากันไว้ด้วยล่ะ ถอยๆ ขอฉันดูหน่อย

 

 

 

อะ....อ๊ะ...!!!”

อืมมม...ยะ...อย่า....จะ...เจ็บ...อ๊าาา

 

 

 

เฮ้ย...!! ไม่ใช่แฟนแล้ว...! ผัวเมีย อย่างนี้มันผัวเมียชัดๆ เรื่องนี้ต้องขยาย หึหึ กลับกันเถอะไอ้ปู่ตามอง ปากก็พูดไป

 

 

อืมมมม์

 

เสียงตอบรับผิดแปลกไปจากที่เคย ...จียงผละจากการ(แอบ)มองรุ่นพี่ทั้งสองผ่านช่องปลั๊กไฟ หันมามองเพื่อนร่วมวง

 

เฮ้ย...โถ่ ไอ้ปู่ ...ทีหลังอย่ามายืนข้างหลังเงียบๆแบบนี้สิวะ ตกใจหมด คิ้วโก่งย่นหากันเล็กน้อย เอียงคอมองคนตรงหน้าอย่างสงสัย แกไม่เป็นไรแน่นะ ตาดูลอยๆ

 

ไม่มีคำพูดอะไรหลุดออกจากปากซึงฮยอน นอกจากขาที่ค่อยๆขยับพากายเข้าใกล้ร่างเล็กเรื่อยๆ

 

มันเป็นอะไรของมันวะ ถามก็ไม่ตอบ เมื่อกี้ยังดีๆอยู่เลยนี่หว่า....แล้วมันจะเข้ามาอะไรนักหนาฟะ กูถอยจนติดกำแพงแล้วนะเว้ยยย มึงช่วยเอาหน้าหล่อๆของมึงออกไปไกลๆกูหน่อยได้มั้ยยย

 

 

จียง...

 

อะ...อะไร

 

ควายยยยย....ใครบอกมึงมาเรียกชื่อข้างหูวะ กูเสียงสั่นเลยเห็นมั้ย โฮฮฮฮ

 

 

ขอโทษ...

 

 

ขอโทษ...? มันขอโทษเรื่องอะไร หมวก?

 

หมวกนะเหรอ?

 

ใช่...

 

เออดี ...ทีตอนนั้นเจือกวิ่งหนีไม่ขอโทษ ทำให้กรูเหนื่อยวิ่งตาม ...แต่ไมเสียงมันฟังกระเส่าๆชอบกล แถมยังคุ้นๆเหมือนเคยได้ยินที่ไหน

 

ซึงฮยอนเห็นร่างเล็กเงียบไม่พูดอะไร เลยพูดต่อว่า

 

ฉันไม่รู้จะใช้ให้นายยังไง ซื้อให้ใหม่ก็ไม่ได้เพราะหมวกใบนั้นมันมีแค่ใบเดียว

 

เออเด่ะ... มันมีแค่ใบเดียว มึงเองก็รู้ แต่ดันทะลึ่งไปยืนกินไอติมตรงนั้น ให้ไอติมมันหยดใส่ลูกรักกู

 

เพราะงั้น ฉันจะชดใช้มันด้วยร่างกาย

 

เอ่อ....ชดใช้ด้วยร่างกายงั้นเหรอ มันก็ฟังดูดีอ่ะน่ะ แต่มันจะดูดีกว่านี้ถ้ามึงพูดด้วยน้ำเสียงปกติเหมือนชาวบ้านเค้า ...ช่วยหยุดพูดเสียงกระเส่าข้างหูกูสักที ชเว ซึงฮยอนนนน

 

ชดใช้ด้วยร่างกาย ยังไง?

 

มุมปากกดลึกโดยที่ร่างเล็กไม่มีทางได้เห็น

 

ก็แบบนี้ไง

 

ซึงฮยอนอาศัยจังหวะร่างเล็กเผลอรวบเอวอุ้มไปที่เตียงทันที ก่อนจะขึ้นคร่อมร่างเล็กเอาไว้ แน่นอนว่าขาดเสียงร้องแหกปากไม่ได้

 

ว๊ากกกกกกก.....ไอ้ปู่มึงจะทำอะไร ปล่อยกู....!!!”

 

 

ซึงฮยอนไม่ตอบด้วยคำพูด แต่ตอบคำถามของจียงด้วยการกระทำ

และแน่นอนว่า ควอน จียง ผู้แมนแสนแมน จะต้องไม่ยอม ...ดิ้นสิ ร้องสิ ..แหกปากเข้าไป

 

 

แต่เอ๊ะ ...!!

 

ฟังไปฟังมา ทำไมเสียงจียงถึงได้คลับคล้ายคนตัวเล็กห้องข้างๆยังไงชอบกล

 

 

อื้อ....ซะ...ซึงฮยอน~~”

 

 

The End

 

ท้ายเรื่อง ..........

 

 

แค้น ..แค้นเว้ย!!!

 

เบ็คกี้ได้แต่นอนกำหมัดแน่นอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับตาปาร์ค เท็ดดี้ ที่กำลังหลับสบายอยู่ข้างๆกาย ...

งานนี้มันต้องมีชำระ

 

คนตัวเล็กหมายมั่นเป็นอย่างดี พร้อมประกายตาวาวโรจน์ด้วยความเคืองแค้นกับอิสรภาพเบื้องหลังที่สูญเสีย

 

อย่าอยู่เลยว่ะ ไอ้เชี่ยเท็ด!!!” พูดรอดไรฟัน ก่อนจะพลิกตัวตั้งท่ายกหมอนขึ้นเตรียมปิดจมูก ปิดปากไม่ให้ไอ้คนหลับมันหลับสบาย....

 

ทว่า !!!

 

ทำไมความซวยต้องบังเกิดกับเบ็คกี้ด้วยเนี้ย ...

 

ยังมีแรงอยู่หรอจ๊ะ ยาหยี ...งั้นต่ออีกรอบดีมั้ยจ๊ะ?

 

..........นี่ ไอ้หมีควายมันแกล้งหลับหรอกหรือเนี้ย ..............แมร่ง!!!!!!!

 

 

 

 

THE END with TEDBAEK

 

 

นี่ จียง....

...........

 

นี่......

....

 

ไม่คิดจะพูดไรหน่อยหรือไง ...หืม? ชเว ซึงฮยอนสะกิดคนที่นั่งหันหลัง พร้อมชวนคุยอยู่ร่วมสิบนาทีก็ยังคงไม่มีสัญญาณตอบรับ

 

โอเค ...ฉันผิดเอง ขอโทษๆๆๆ....

 

ขอโทษแล้ว พรหมจรรย์กูคืนมามั้ย ไอ้ปู่ ทำอะไรไม่คิด...ไอ้เลว !!! ได้ผล ... ควอนจียงยอมเปิดปากขึ้นแล้ว แต่ทว่าใบหน้าที่หันกลับมามองแร็พเปอร์หนุ่มใหญ่แห่งบีบี ไม่ได้เป็นที่พึงประสงค์ของท่านทีโอพีเสียเท่าไหร่

 

กอริลล่าหนุ่มจึงได้แต่นั่งหน้าเจื่อนก่อนจะหัวเราะแหะๆ แล้วเอ่ยออกมาด้วยความสำนึก

 

 

ฉันรู้ว่ามันคืนมาไม่ได้ ...งั้นฉันจะรับผิดชอบนายเองนะ

 

............

 

ถ้าเกิดว่านายท้อง........................อั๊ก!!!”

 

ตายซะเถอะ ไอ้ปู่สมองถั่ว ....กูเป็นผู้ชายเฟ้ยไม่ใช่ผู้หญิง คิดมาได้ ....โว้ยยยย!!!”

 

ไม่ต้องรอให้มันพูดจบประโยค หมอนใบโตก็ฟาดเขาที่หัวท่านปู่ในทันที ไม่เพียงพอ

มันไม่หนำใจ

 

ขอให้ควอน จียงได้กระทืบมันซ้ำอีกทีจะได้หรือเปล่าเนี้ย ...?

ไม่ต้องรอคำอนุญาตจากใครทั้งนั้น ...

 

 

อย่าอยู่เลยไอ้ปู่

ย๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!

 

 

 

แล้วสวัสดิภาพทางกายของชเว ซึงฮยอนจะเป็นเช่นไรละทีนี้ ...

 

 

 

 

 

The enD!!