2009/Feb/20

 

 

LifeMate ~ Zhoumi * Henry

Poet ~ Koru or Dark-winG

Poet Note
~ มันก็แค่เรื่องราวที่แต่งขึ้น ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลในเรื่องแต่อย่างใด...อ่านเพลินๆ อย่าคิดจริงจังเน้อ!!

 

 

 

  

  

 

เสียงกรี๊ดร้องดังกึกก้องแสดงความชื่นชอบจากบรรดาเด็กสาวน้อยใหญ่ค่อยแผ่วลง พร้อมแสงไฟหลากสีที่ช่วยเร่งความร้อนแรงของมินิคอนเสิร์ตเมื่อครู่ทอแสงอ่อนลง ตามหลังชายหนุ่มทั้งเจ็ดที่ก้าวเท้าลงจากเวที

 

แม้ว่าในคราแรกจะมีกระแสต่อต้านอย่างรุนแรง...แต่นั้นกลับกลายเป็นสิ่งที่ช่วยกระพือให้ชายหนุ่มทั้งเจ็ดในนาม Super Junior-M กลายเป็นที่รู้จักอย่างมากมาย พร้อมทั้งมีกลุ่มแฟนคลับจำนวนไม่น้อยในดินแดนมังกรแห่งนี้

 

หลังเสร็จสิ้นจากงาน...ก็ถึงเวลาแยกย้ายกันเข้าพักในโรงแรมหรูที่ถูกสั่งปิดทั้งชั้นเพื่อความเป็นส่วนตัวของศิลปินและป้องกันการรุกรานของแฟนคลับทั้งที่มาดีและไม่ดี ...ต่างคนต่างเร่งรีบเข้าพักในห้องของตนทันที เนื่องจากเหน็ดเหนื่อยกับตารางงานที่แน่นเอี๊ยดทุกวัน จนแทบไม่มีเวลาให้หยุดพักหายใจ ยิ่งยังอยู่ในช่วงโปรโมทอัลบั้มเช่นนี้ เวลาพักผ่อนส่วนตัวยิ่งไม่ต้องพูดถึง

 

.

.

 

ภายในห้องนอนกว้างแบบมินิสูทสำหรับสองคน กลับได้ยินเสียงน้ำไหลกระทบพื้นดังเป็นระยะออกจากห้องน้ำสวยขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ...สายน้ำเย็นที่ไหลผ่านเรือนกาย ชำระล้างความเหน็ดเหนื่อยและเหงื่อไคล้ออกจากผิวขาวละเอียด

 

เด็กหนุ่มสองสัญชาติยิ้มรับความสดชื่น หลังจากได้ผ่อนคลายกับสายน้ำและสบู่หอมที่ใช้เป็นประจำจนกลิ่นติดเรือนกาย ...เด็กหนุ่มเลือกหยิบชุดคลุมอาบน้ำสีขาวที่วางพาดอยู่ไม่ไกลมือมาสวมทับชุดนอนตัวบาง ก่อนจะเดินทอดอารมณ์สบายออกจากห้องน้ำ พลางใช้ผ้านุ่มผืนเล็กซับหยดน้ำออกจากปลายผม

 

สองตาเรียวเล็กขมวดมุ่นเมื่อมองหาพี่ชายร่วมห้องไม่เจอ...ทั้งที่น่าจะยังนั่งรออยู่บนเตียงหลังใหญ่หน้าโทรทัศน์ แต่สายลมเย็นๆที่พัดผ่านมาสัมผัสผิวกายที่ยังเปียกชื้น ทำให้เด็กหนุ่มหันหน้าเข้าหาทิศทางที่เป็นต้นกำเนิด ก่อนที่รอยยิ้มสวยจะผุดเต็มใบหน้า ...พี่ชายที่เขามองหามานั่งเล่นอยู่ตรงนี้เอง

 

พี่โจวมี่ ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้ล่ะฮะ

 

เสียงใสเอ่ยถามพี่ชายร่างสูงที่ยังคงนั่งนิ่งบนเก้าอี้ยาวชุดสวยที่ตั้งอยู่บนระเบียงห้องพัก ...สายตาคมละความสนใจจากภาพเบื้องล่างของอาคารและหันกลับมาให้ความสนใจกับน้องชายตัวเล็กแทน

 

ไม่มีอะไรหรอก พี่แค่อยากออกมานั่งรับลมเย็นๆเท่านั้นเอง ...นายอาบน้ำเสร็จนานแล้วเหรอเฮนรี่ชายหนุ่มขยับตัวเพียงน้อย เพื่อให้เด็กหนุ่มที่ทำท่าสนใจจะมองตามสิ่งที่เขาให้ความสนใจเมื่อครู่ขยับตัวลงนั่งข้างๆ

 

เสร็จเมื่อกี้เอง ว่าจะเรียกให้พี่อาบต่อ...แต่หาไม่เจอ ไม่คิดว่าจะมานั่งหนาวทรมานตัวเองอยู่แบบนี้ร่างเล็กรีบตอบกลับพลางอ้อมมือกอดตัวเองไว้...มันหนาวจริงๆนั้นแหละ ยิ่งเขาใส่แค่ชุดนอนบางๆกับชุดคลุมแบบนี้ยิ่งหนาวไปกันใหญ่

 

ขอโทษนะ เลยต้องให้นายออกมาตามทั้งแบบนี้...นายจะกลับเข้าไปก่อนก็ได้นะเฮนรี่ พี่อยากนั่งอยู่อีกหน่อยโจวมี่วางมือหนาลงบนกลุ่มผมนุ่มที่ยังคงชื้นน้ำอยู่เล็กๆ ขยี้เล่นเบาๆก่อนยิ้มให้ ...หากแต่เป็นรอยยิ้มที่ดูเศร้าสร้อยจนปิดไม่มิด

 

พี่มองอะไรอยู่เหรอ? พี่โจวมี่เด็กหนุ่มยังไม่ละความพยายาม ...คนตัวเล็กยันตัวขึ้นจากเก้าอี้ก่อนจะชะโงกเพียงศีรษะเล็กลงมองไปยังเบื้องล่าง...สิ่งที่พี่ชายของเขาให้ความสนใจอยู่เป็นนานสองนาน

 

ชายหนุ่มเผลอตัวถอดถอนใจ ...ทั้งที่ไม่อยากให้น้องได้เห็นแต่ในเมื่อตั้งใจขนาดนั้นก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกแล้ว

 

น่าแปลกนะ...ทั้งที่มันผ่านมาตั้งหลายเดือนแล้วแท้ๆ แต่แผ่นป้ายพวกนั้นก็ไม่ลดลงเลยสักนิด

 

คำพูดที่เหมือนเป็นเพียงคำเปรยผ่านของชายหนุ่ม ...หากแต่เมื่อประกอบกับแผ่นป้ายหลากหลายสีสันที่คนตัวเล็กเห็น ก็ลบรอยยิ้มสดใสออกจากใบหน้าเล็กทันที

 

 

<< Super Junior 13 ONLY >>

 

<< พวกเราไม่ต้องการสมาชิกใหม่!! >>

 

<< ออกจากวงไปเดี๋ยวนี้!  พวกไร้ประโยชน์>>

 

<< E.L.F ขอต่อต้านสมาชิกใหม่ทั้ง 2 คน>>

 

และป้ายขนาดใหญ่ที่สร้างความเจ็บปวดให้ได้มากที่สุดก็คงไม่พ้น...

 

<< ไปตายซะ....โจวมี่-เฮนรี่!!!! >>

 

 

พี่โจวมี่...” ร่างเล็กทิ้งตัวลงกับเก้าอี้อย่างอ่อนแรง...ไม่เข้าใจว่าแฟนๆจะรังเกียจเขาทั้งสองคนไปถึงไหน ทั้งที่เขาทั้งคู่ก็มีความพยายามและความตั้งใจไม่น้อยไปกว่าสมาชิกเดิมของวงเลย

 

ผิดเหรอที่เขาเข้ามาทีหลัง....

ผิดงั้นเหรอที่เขาก็อยากจะก้าวตามความฝันเหมือนพี่ๆบ้าง....

 

 

ใจเย็นๆเฮนรี่....” โจวมี่รั้งน้องชายตัวเล็กเข้ามากอดหลวมๆ มือใหญ่ลูบผ่านเรือนผมคล้ายปลอบใจ

 

"ผมไม่เข้าใจ เมื่อไหร่ทุกคนจะยอมรับพวกเราสักที ...ผมเหนื่อย ผมท้อ"

 

คนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดกว้างเผยความในใจที่เก็บไว้มานาน ...เขาไม่อยากเป็นคนอ่อนแอและดูท้อถอยอะไรง่ายๆแบบนี้นัก แต่ระยะเวลานานเกือบครึ่งปีที่เขาต้องทนอยู่ภายใต้ความกดดัน...นับตั้งแต่ครั้งแรกที่ถูกเปิดตัวที่เกาหลี ก็ไม่เคยมีวันไหนที่จะนอนหลับได้อย่างสบายใจเลยสักครั้ง ถ้อยคำด่าทอและขู่เข็ญยังคงตามมาให้ได้ยินไม่ได้ขาด

 

"พี่เข้าใจ...พี่เองก็เหนื่อยแล้วก็ท้อเหมือนกัน แต่พี่ไม่เคยคิดจะถอย"

 

ชายหนุ่มยังคงให้กำลังใจ ถึงแม้เขาจะมาทีหลัง และดูเหมือนเขาจะเผชิญกับปัญหาที่ว่าช้ากว่าร่างเล็ก ...หากแต่กระแสต่อต้านก็ยิ่งจะรุนแรงมากขึ้นเมื่อมีเขาเข้ามาร่วมในวง ซึ่งนั้นก็ทำให้น้องใหม่ในวงที่ถึงแม้จะไม่ใช่คนที่อายุน้อยที่สุดอย่างเขาเสียกำลังใจ...จนเผลอปล่อยให้น้ำตาไหลเงียบๆอยู่คนเดียวหลายต่อหลายครั้งเหมือนกัน

 

"พี่โจวมี่..."

 

"พี่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่คนที่เกลียดเราสองคนถึงจะเปิดใจยอมรับ แต่เราก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุด ...ความฝันของนายคืออะไรเฮนรี่" พลันที่เปลี่ยนจากถ้อยคำเอาใจมาเป็นคำถาม ...ดวงตาคมที่เหม่อมองก็ลดสายตาลงประสานกับดวงตาเรียวเล็กของคนในอ้อมแขน สายตามุ่งมั่นทำให้ร่างเล็กรู้สึกได้ถึงความฝันที่ไม่แตกต่างกับตน

 

"ความฝัน?...ผมอยากเป็นนักดนตรีที่มีชื่อเสียง" เด็กหนุ่มยิ้มบาง เพราะใจรักในเสียงดนตรี...เขาถึงยอมข้ามน้ำข้ามทะเล เดินทางห่างไกลจากครอบครัวเกือบครึ่งซีกโลกพร้อมไวโอลินตัวโปรด มาตามความฝันที่มีมาแต่วัยเยาว์

 

"จำคำพูดนั้นเอาไว้นะ จนกว่าจะถึงวันนั้น...นายจะถอยไม่ได้ พี่ก็เหมือนกัน" ชายหนุ่มเผยยิ้มกว้างบนใบหน้าคมเข้ม รอยยิ้มที่ดูมีเสน่ห์จนเด็กหนุ่มต้องเผลอยิ้มกว้างตามออกมาเสียไม่ได้

 

"อืมม์..."  เฮนรี่รีบพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะรู้สึกถึงแรงกอดกระชับแนบแน่นอีกครั้ง...อ้อมกอดที่ต้องการส่งผ่านกำลังใจ

 

"เราสู้ไปด้วยกันแล้วกันนะเฮนรี่ เราจะต้องผ่านมันไปด้วยกันให้ได้...พี่จะคอยอยู่ข้างๆนายเอง"

 

"ฮะ...ขอบคุณนะพี่โจวมี่"

 

ขอบคุณสำหรับกำลังใจและอ้อมกอดที่อบอุ่น....อ้อมกอดของพี่โจวมี่อบอุ่นมากจริงๆ

 

.

.

 

แสงแฟลตวาบส่องสะท้อนกระทบใบหน้าเกลี้ยงเกลาของกลุ่มศิลปินยูนิตย่อยจากวงบอยแบนด์ชื่อดังที่รวบรวมเด็กหนุ่มหลากหลายความสามารถแห่งค่าย SM Entertainment ...ซึ่งกำลังเป็นที่คลั่งไคล้ของบรรดาแฟนคลับแดนมหาอำนาจภายใต้ชื่อ Super Junior-M

 

ท่วงท่าเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติตามแบบฉบับมืออาชีพ...เลนส์กล้องปรับซูมเข้าออกกะระยะแพนจับภาพนายแบบทั้งเจ็ดคน ที่ขยับกายแสดงสีหน้าและอารมณ์ตามอิมเมทที่กำหนด

 

โอเคเดี๋ยวพัก 20 นาที แล้วค่อยถ่ายรูปเดี่ยวนะ ช่างภาพวัยกลางคนกล่าว หลังจากกดชัตเตอร์เก็บภาพรวมชุดสุดท้าย

 

ขาเรียวพาร่างกายมายังโต๊ะไม้ตัวใหญ่ติดกำแพง ซึ่งเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ประกอบฉากก่อนจะกระโดดขึ้นนั่งจนขาลอย ดวงตาเรียวเล็กจ้องมองคนสองคนที่กำลังหยอกล้อเล่นกันอยู่เบื้องหน้า ...เยื้องรุ่นพี่ร่างสูงใบหน้าหล่อจัดอีกคนที่กำลังกดโทรศัพท์อย่างเอาเป็นเอาตายไม่ไกลนัก

 

มานั่งทำอะไรอยู่คนเดียว...เฮนรี่ น้ำเสียงคุ้นเคยดังขึ้นทำลายความเงียบสงบปลุกร่างเล็กที่นั่งมองภาพตรงหน้าอย่างเหม่อลอยให้สนใจ ก่อนหันมองเจ้าของเสียงที่มายืนกอดอกพิงกำแพงอยู่ข้างๆตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

 

พี่หานเกิง…”

 

พี่ชายใจดีเจ้าของชื่อ หานเกิง หรือ ฮันคยองยิ้มรับ....

 

ว่าไง ทำไมมานั่งอยู่คนเดียว...ไม่ไปเล่นกับพวกนั้นล่ะ?

 

เด็กหนุ่มอายุน้อยกว่ายิ้มบางพร้อมส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนเบือนหน้าหันกลับมามองที่จุดเดิม

 

ไม่ล่ะฮะ...ผมนั่งดูอยู่ตรงนี้ดีกว่า

 

พลันสิ้นคำพูดคุย ความเงียบก็ก่อตัวขึ้นอีกครั้ง...ชายหนุ่มที่คนตัวเล็กนับถือเป็นพี่ชายยังคงยืนอยู่ข้างๆไม่ไปไหน สายตาจดจ้องไปทิศทางเดียวกับน้องชายคนเล็กของวง...

 

ภาพที่พี่ชายคนสนิทของน้องเล็กหัวเราะร่ายกมือเทียบระดับหัวตนเอง ส่วนคนตัวเล็กกว่าอีกคนกลับร้องโวยวายด้วยภาษาจีนที่เพิ่งได้เรียนรู้มาปนเปกับภาษาบ้านเกิดเอื้อมมือปัดมือใหญ่ที่แกล้งหยอกเรื่องความสูง...และชายร่างสูงอีกคนที่ดูจะไม่สนใจเรื่องราวรอบตัว นอกเสียจากนั่งไขว่ห้างยิ้มกว้างโชว์ลักยิ้มเสน่ห์คุยโทรศัพท์อยู่ใกล้กัน

 

เงียบมองอยู่ไม่นานนัก...ริมฝีปากบางก็เปิดบทสนทนาเสียงเบาราวลมพัดผ่าน

 

พี่หานเกิง...พี่คิดว่าคำพูดของคนเราสามารถเชื่อถือได้มากแค่ไหนฮะ”

 

ชายหนุ่มละสายตาจากภาพเบื้องหน้า เคลื่อนตามองใบหน้าด้านข้างของร่างเล็กที่เรียบเฉยไร้ความรู้สึกใด ...แล้วเลื่อนกลับมามองสองร่างตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะในลำคอ

 

“ก่อนจะถามพี่...ทำไมเราไม่ลองถามตัวเองดูล่ะเฮนรี่ ว่าเราเชื่อมั่นในคนคนนั้นมากแค่ไหน”

 

คนตัวเล็กเงียบคิดตามคำพูดพี่ชาย ...นั่นสินะ ตัวเขาเองเชื่อมั่นในตัวคนคนนั้นมากแค่ไหนกัน? ...คำถามนี้แม้แต่เขาก็คงให้คำตอบตัวเองไม่ได้... แต่เขาเลือกที่จะเชื่อ เชื่อในตัวคนนั้น คนที่จะไม่ทำให้เขาต้องเสียใจ ...ทั้งๆที่เชื่อ แล้วทำไมถึงชอบทำให้รู้สึกไม่มั่นใจอยู่บ่อยครั้ง ด้วยการกระทำที่ขัดแย้งกับถ้อยคำที่เคยบอกกล่าว

 

“พี่หานเกิงรู้มั้ย...ว่าทำไมผมถึงถามพี่แบบนั้น” ร่างเล็กที่เงียบอยู่ครู่หนึ่งเอ่ยถามอีกครั้ง

 

เมื่อไร้คำตอบรับจากพี่ชายนอกจากอาการส่ายหน้าเบาๆแทนการเอ่ยปฏิเสธ ร่างเล็กจึงเลือกจะเปิดเผยความรู้สึก

 

“เพราะคนคนนั้นมักทำให้ผมรู้สึกดีกับการปลอบใจด้วยคำพูด เพื่อให้พ้นความรู้สึกที่เลวร้าย...ก่อนจะโดนทำร้ายด้วยการกระทำอื่นเมื่อผมรู้สึกดีกับคำพูดพวกนั้นแล้ว ...มันรู้สึกแย่กับการที่คนที่บอกว่าจะอยู่เคียงข้างผม...เขากลับไปยืนเคียงข้างคนอื่นแทน”

 

คิ้วโก่งสวยเลิกขึ้นแทนความไม่เข้าใจ...ฮันคยองเอียงคอมองน้องชายตัวเล็กอย่างงุนงง ก่อนเอ่ยถาม

 

“แน่ใจว่ารู้สึกแบบนั้น?”

 

ร่างเล็กไม่ตอบ หากแต่ยิ้มบางเป็นคำตอบแทน...จนชายหนุ่มเผลอถอนใจ

 

“บางครั้งสิ่งที่เราเห็นอาจไม่เป็นอย่างที่คิดก็ได้ ...คนเราน่ะ ลองได้คิดจะทำอะไรเพื่อคนอื่นแล้ว นั่นแสดงว่าเขาให้ความสนใจและความสำคัญกับคนนั้นเป็นพิเศษ ...เลิกคิดมากคนเดียวเถอะนะเฮนรี่ บางทีลองบอกสิ่งที่เรากำลังคิดอยู่ให้เจ้าตัวเขาได้ฟังบ้างอาจจะดีกว่าก็ได้” พูดจบก็ตบบ่าเล็กเบาๆ ก่อนก้าวเท้ายาวไปหาสองคนที่ยังคงหยอกล้อกันไม่เลิก เลือกจะกระซิบอะไรบางอย่างกับคนตัวสูง

 

ร่างสูงใหญ่หน้าตื่นเล็กน้อยเมื่อได้ยินสิ่งที่หัวหน้ายูนิตบอก ...ก่อนเปลี่ยนเป็นสีแดงกร่ำไปทั้งใบหน้าเพราะโดนคนตัวเล็กที่เล่นด้วยกันเมื่อครู่ล้อจนทนไม่ไหว จึงคว้าตัวร่างเล็กเข้ามาจับล็อคคอเบาๆพลางขยี้ผมนุ่มสีดำสนิทแก้เขิน เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนร่วมวงและทีมงานได้เป็นอย่างดี ...เว้นเพียงน้องคนเล็กของวงบนโต๊ะสูงเท่านั้นที่เลือกจะเบือนหน้าไม่มอง และหันไปให้ความสนใจกับบรรยากาศภายนอกผ่านกระจกใสบานใหญ่แทน

 

.

.

 

“เอ๊ะ...!

 

คนตัวเล็กที่นั่งนิ่งเอาแผ่นหลังพิงกำแพงมองรุ่นพี่ปลาน้อยหลังจากถ่ายรูปเดี่ยวของตัวเองเสร็จสิ้นอย่างเหม่อๆ ซึ่งรุ่นพี่ตัวเล็กก็กำลังโพสท่าถ่ายรูปได้อย่างน่ารัก ...กลับต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสเย็นๆแนบผิวแก้มที่เคยขาวใส ก่อนกลายเป็นสีแดงระเรื่อเพราะใบหน้าของเจ้าของขวดน้ำเย็นจัดยื่นเข้ามาใกล้จนห่างแค่ระยะหายใจ ...ตรงกับจังหวะที่หันไปมองหาพอดี

 

“พี่หานเกิงบอกว่านายไม่ค่อยสบาย เป็นอะไรมากหรือเปล่าเฮนรี่? หน้านายดูแดงๆนะ...พี่พาไปพักที่ห้องมั้ย?” ร่างสูงถามพลางเคลื่อนใบหน้าเข้าใกล้...แนบหน้าผากตนลงกับหน้าผากของคนตัวเล็กหมายวัดอุณหภูมิร่างกาย

 

เด็กหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนใช้มือเล็กผลักไหล่กว้างของอีกคนออกห่างจากตัว...ใบหน้าหวานพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม แล้วส่ายหน้ารัวจนผมเผ้าที่เซตเป็นทรงสวยเริ่มยุ่ง ดูน่ารักไปอีกแบบ

 

ผมสบายดีฮะพี่โจวมี่ ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย...พี่หานเกิงพูดแบบนั้นจริงเหรอ?

 

ร่างเล็กเอียงหน้ามองถามร่างสูงที่ผละออกไปนั่งพิงกำแพงด้านข้าง ก่อนยกขาข้างหนึ่งขึ้นตั้งชันเป็นที่ค้ำลำแขนแกร่งและปล่อยอีกข้างเหยียดยาวตามสบาย ...ยกขวดน้ำเย็นขึ้นดื่มกว่าครึ่งขวด แล้วหันมายิ้มให้คนตัวเล็ก

 

เปล่า...”

 

คิ้วโก่งสวยขมวดหากัน งงกับคำตอบที่ได้ ...จนร่างสูงลอบยิ้มกับปฏิกิริยาที่ได้รับ

 

“พี่เห็นนายซึมๆไป...ก็เลยเป็นห่วง”

 

คราวนี้ไม่ใช่แค่หน้าแดงมากธรรมดา หากแต่แดงมากถึงมากที่สุดต่างหาก ...เจอคำตอบซื่อๆตรงๆของโจวมี่เข้าไป เฮนรี่ถึงกับนิ่งอึ้งทำอะไรไม่ถูก...ไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะตอบตรงขนาดนี้ แค่คำว่าเป็นห่วงธรรมดายังทำเอาใจลอยไปไกล

 

เฮ....รี่.....เฮนรี่...เฮนรี่!!”

 

คนตัวเล็กสะดุดสุดตัว ตกใจกับเสียงเรียก...

 

ฮะ!! ...ว่าไงฮะพี่โจวมี่ อยู่กันแค่นี้แต่เรียกซะดังเลย แก้มป่องเผลอตัวพองลมเข้าไปอีก

 

พี่ว่าพี่พานายไปพักดีกว่า ...หน้านายแดงมากเลยนะแถมเหม่อด้วย พี่เรียกตั้งนานกว่าจะตอบ...ไป ลุกไหวมั้ย?

 

เมื่อพูดจบก็ขยับกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ยื่นมือให้ร่างเล็กที่ยังคงนั่งอยู่กับพื้นไม่ยอมลุก

เฮนรี่มองมือใหญ่ แล้วเงยหน้าสบตาคนอายุมากกว่า...จมูกโด่งย่นนิดๆพร้อมกับส่ายหน้า

 

ไม่เอา ไม่ไป...ผมไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย

 

ได้ยินดังนั้น ร่างสูงก็พ่นลมหายใจแรงๆ...ก่อนส่งสายตาดุเป็นนัยให้ลุกทันที

หากแต่เด็กดื้อก็ยังคงเป็นเด็กดื้อ...จะให้เปลี่ยนเป็นเด็กเรียบร้อยว่าง่ายเพียงชั่วข้ามคืนคงไม่ได้ ...มือเล็กไม่ยื่นไปวางบนมือใหญ่ที่รอรับ ดวงหน้าหวานงอเง้า ส่ายหัวส่ายหน้าไม่ยอมท่าเดียว ก่อนเอ่ยเสียงออดอ้อน

 

ผมไม่เป็นไรจริงๆนะพี่โจวมี่ สบายดีทุกอย่าง...พี่ไปเตรียมตัวเถอะฮะ เดี๋ยวก็ถึงคิวพี่แล้วนี่

 

โจวมี่ถอนหายใจอย่างหน่ายๆกับความดื้อของคนน่ารัก...มือใหญ่เปลี่ยนมากอดอก ก่อนกล่าวตอบคนเป็นน้อง

 

ดูท่าจะอาการหนักจริงๆนะเนี่ย... พี่ถ่ายเสร็จตั้งนานแล้ว ก่อนทงเฮซะอีก ร่างสูงยื่นมือให้คนตัวเล็กที่นั่งจุ้มปุ๊กหน้าแดงจัดเพราะความโก๊ะของตัวเองอีกครั้ง เร็วๆ ลุกขึ้นเฮนรี่...หน้าแดงขนาดนั้น ยังจะมาบอกว่าไม่เป็นอะไรได้ไง”

 

คราวนี้เป็นคนตัวเล็กที่ถอนหายใจ ...ไม่รู้จะพูดยังไงให้อีกคนเข้าใจ ว่าเขาไม่ได้ไม่สบายอย่างที่คนเป็นพี่คิด ที่หน้ามันแดงเพราะเขินต่างหาก...ใครใช้ให้ผู้ชายคนนี้ยื่นหน้ามาใกล้ล่ะ ...เฮนรี่พ่นลมหายใจเบา เงยหน้ามองร่างสูงตาแป๋ว เปล่งเสียงบอกสาเหตุที่ไม่ยอมไปอีกครั้ง

 

“พี่โจวมี่...ผมปกติดีฮะ ไม่มีอาการเจ็บไข้ได้ป่วยอะไรทั้งนั้น สงสัยอากาศร้อนหน้าผมเลยแดง”

 

แต่ดูเหมือนคำอธิบายจะไม่ได้ผล...เพราะนอกจากไม่ฟังแล้ว ร่างสูงยังถามกลับหน้าเข้ม

 

“เดินไปเอง กับ ถูกอุ้มไป ...เลือกอย่างไหน?”

 

เงียบ...

ไร้คำตอบจากคนตัวเล็ก ...ซึ่งยืนยันว่าจะอยู่ที่นี่ไม่ไปไหนด้วยการนั่งกอดเข่าหันหน้าหนี ไม่คิดเลือกตอบตัวเลือกทั้งสองข้อ

 

โจวมี่ส่ายหน้าหน่ายๆกับอาการดื้อเงียบของเด็กคนนี้ ...ก่อนตัดสินใจขยับกายเข้าใกล้ แล้วจัดการอุ้มคนตัวเล็กลอยขึ้นจากพื้น ...ส่วนเฮนรี่ที่มัวแต่หันหน้าไปอีกทางเลยไม่รู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ก็ร้องโวยวายทันทีที่รู้ว่าโดนร่างสูงอุ้มจนลอยในท่าเจ้าหญิง

 

“เอ๊ะ...! พี่โจวมี่...! ปล่อยผม วางผมลงนะ ผมบอกว่าไม่ไปไง...!  ฟังกันบ้างสิ ปล่อยผมพี่โจวมี่...!!

 

มือเล็กทั้งทุบทั้งตีไหล่กว้าง ดิ้นแรงๆโวยวายหวังจะลงเสียให้ได้ ...เรียกความสนใจจากพวกรุ่นพี่ในวงรวมถึงทีมงานได้เป็นอย่างดี

ทว่า...คนอุ้มกลับไม่สนใจเสียงโวยวายและสายตาเหล่านั้น ซ้ำยังก้มหน้าลงกระซิบใกล้ๆให้คนในอ้อมแขนได้อายมากขึ้นไปอีก

 

“อยู่นิ่งๆ อย่าดิ้น... เดี๋ยวก็ตกหรอก”

 

โจวมี่กล่าวด้วยน้ำเสียงบอกเป็นนัยให้ร่างเล็กรับรู้...

อยากร้องก็ร้องไป อยากดิ้นท่าไหนก็ตามสบาย จะทุบจะตียังไงก็เชิญ...แต่เขาไม่มีทางปล่อยแน่นอน

 

.

.

 

“พี่ฮันคยองสองคนนั้นเขาเป็นอะไรน่ะ...แล้วจะไปไหนกันอ่ะ? ทำไมต้องอุ้มด้วย?” ร่างเล็กที่เดินหามาชายหนุ่มบนเก้าอี้ไม้ตัวยาวเอ่ยถามเสียงสดใส พลางมองตามสองคนที่เพิ่งออกจากสตูดิโอ

 

คนที่ถูกเรียกเงยหน้าจากพ็อคเก็ตบุ๊คในมือเหลียวมองตามคนเสียงใส ก่อนยิ้มบางๆให้ร่างเล็กข้างกาย

 

“ดูเหมือนเฮนรี่จะไม่ค่อยสบาย...โจวมี่เลยไปพาพักน่ะ” มือใหญ่เปลี่ยนมาขยี้ผมดำสวยของร่างเล็กเล่น “ว่าแต่เราเถอะปลาน้อย ถ่ายเสร็จแล้วรึไง...หืมม์?”

 

ร่างเล็กฉีกยิ้มกว้างพยักหน้างึกงักแทนการตอบ ...แขนเล็กรอดผ่านช่องว่างระหว่างแขนกับลำตัวคล้องลำแขนแกร่ง ก่อนเปล่งเสียงน่ารักผ่านลำคอ

 

“พี่ฮันคยอง ผมกินอยากติ่มซำอ่ะ ...พาไปกินหน่อยสิ นะๆ”

 

ฮันคยองเหลือบตาลงมองคนตัวเล็กที่เอาหัวทั้งซุกทั้งถูต้นแขนของตนอย่างออดอ้อน...จนหลุดยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู

 

“ทำเรื่องให้คนเขาผิดใจกันแล้วยังมาอ้อนอีกนะ...แต่เอาเถอะ จะไปเลยมั้ย? พี่จะได้บอกให้พวกนั้นกลับไปก่อน”

 

ร่างเล็กขมวดคิ้วไม่เข้าใจกับคำพูดในช่วงแรก...แต่ก็เปลี่ยนอารมณ์ได้อย่างกระทันหันในประโยคหลัง กระโดดลุกขึ้นจากม้านั่งยาว ร้องโวยวายดีใจดังลั่น มือฉุดอีกฝ่ายที่นั่งยิ้มกว้างให้ลุกตาม

 

“ไปเลยๆ ...ลุกๆ พี่ฮันคยองลุกเร็ว!

 

“คร้าบ...ๆ”

 

ฮันคยองกล่าวทั้งยังหัวเราะพลางขยับกายตามแรงดึง ...ไม่ลืมเดินไปบอกสมาชิกที่เหลือและผู้จัดการว่าพวกเขาจะไปไหนกัน พร้อมทั้งบอกเรื่องสมาชิกใหม่ทั้งสองคนที่หายไป...ก่อนจะพาคนรักตัวเล็กออกไปลิ้มลองติ่มซำรสเลิศตามแบบต้นตำหรับด้วยกัน

 

.

.

 

พี่โจวมี่ ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ...บอกให้ปล่อยไง ปล่อยยยยยยยยยยยยย!!~

 

คนตัวเล็กที่ยังไม่หมดแรง...ตะโกนโวยวายตั้งแต่ออกจากห้องประชุมขนาดใหญ่ในโรงแรมที่ถูกดัดแปลงให้เป็นสตูดิโอชั่วคราว จนถึงห้องพักส่วนตัวของตนเองและร่างสูง ...มือเล็กดันอกคนเอาแต่ใจที่กำลังพยายามเปิดประตูห้องอย่างทุลักทุเลให้ออกห่างจากตัว

 

ก็จะปล่อยแล้วนี่ไง...

 

สิ้นคำพูด...ร่างเล็กก็ลอยละลิ่วออกจากอกกว้างลงกระทบกับเตียงใหญ่แรงๆ

 

เจ็บนะ...จู่ๆก็ปล่อยลงได้ไง พี่โจวมี่บ้า!!~

 

ลงโทษเด็กดื้อ...วันนี้เป็นอะไรไปเฮนรี่ พี่พูดอะไรก็ไม่ฟัง แล้วเมื่อกี้เรียกพี่ว่าอะไรนะ ไม่พูดเปล่า....คนตัวโตทิ้งตัวลงตามร่างเล็กที่ผุดขึ้นนั่งกอดเข่า เอียงหน้าหลบทำเป็นไม่สนใจคนตรงหน้า

 

พี่โจวมี่บ้าไง บ้าๆๆๆๆ...คนบ้า

 

เมื่อได้โอกาส...ร่างเล็กก็ชิงระบายความคับแค้นใจผ่านทางคำพูด

 

ทำไมมาเรียกพี่แบบนี้เฮนรี่...ไม่น่ารักเลยรู้ตัวมั๊ย?

 

ตำหนิคนตัวเล็กที่ทำเป็นไม่สนใจเขา ก่อนดึงคนแก้มป่องที่ยิ่งพองลมไปกันใหญ่เพราะถูกขัดใจ...ให้หันกลับมาหาเขาทั้งตัว

 

รู้สิ...ผมรู้ตัวว่าผมไม่น่ารัก ทั้งดื้อ ทั้งเอาแต่ใจ คิดมาก ขี้เหงา ขี้โมโห ...ไม่น่ารักสักอย่าง แล้วก็ไม่ได้ขอให้ใครมารักด้วย!!~

 

เด็กหนุ่มยิ่งโวยวายเมื่อได้ยินคำพูดเหมือนตักเตือนจากคนตัวสูงที่เขากำลังโมโห

 

ไปกันใหญ่แล้วเฮนรี่...ใจเย็นๆก่อนสิ ไปน้อยใจอะไรใครมารึเปล่าเนี่ย? ร่างสูงยังพาซื่อ...ถามน้องชายที่ขอบตาเรียวเริ่มแดงรื้น หยดน้ำใสเกาะเต็มหน่วยตา

 

ไม่ได้น้อยใจ...ทำไมผมต้องน้อยใจใครด้วย ยังไงก็ไม่มีใครสนใจผมอยู่แล้ว

 

ยิ่งได้พูดก็ยิ่งประชดประชัน...ชายหนุ่มเผลอตัวถอนใจเสียงดังจนคนตัวเล็กหน้าเสีย ...หยาดน้ำใสแย่งกันไหลออกจากดวงตา ทั้งที่คนตัวเล็กไม่ได้อยากร้องไห้ให้เห็น แต่พอคิดว่าพี่โจวมี่เบื่อเขา พี่โจวมี่รำคาญเขาแล้ว พี่โจวมี่ไม่อยากอยู่กับเขาแล้ว ...มันก็พาลชิงไหลออกมาไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

 

ร้องไห้ทำไมคนดี หืมม์ ...มีใครที่ไหนเขาไม่สนใจนายกัน อย่าเพิ่งน้อยใจสิ

 

พอเห็นน้ำตาคนตัวเล็ก ใจของชายหนุ่มก็อ่อนยวบ...ใครทำให้น้องเขาร้องไห้เสียใจได้ขนาดนี้

 

ถ้าเจ้าตัวเขายังไม่รู้...ผมก็ไม่อยากพูด

 

มือน้อยยกขึ้นเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าตัวเองแรงๆ จนแก้มขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดอย่างไม่รู้ตัว

 

อะไร นี่นายน้อยใจพี่เหรอ? ...วันนี้พี่ทำอะไรให้เด็กดื้อของพี่น้อยใจล่ะครับ...บอกพี่หน่อยสิ ชายหนุ่มที่นึกเข้าใจในคำพูดกึ่งประชดประชันของร่างเล็กขมวดคิ้วมุ่น...จำไม่ได้ว่าไปทำอะไรขัดใจเด็กดื้อเอาไว้

 

พี่ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นแหละ และพี่โจวมี่ไม่จำเป็นต้องมาสนใจด้วยว่าผมจะรู้สึกยังไง...ไปสนใจแค่พี่ทงเฮก็พอ

 

เด็กเอาแต่ใจยังคงเถียง...แถมยังพาลไปถึงรุ่นพี่ตัวเล็กอีกคนที่พี่ชายคนสำคัญให้ความสนใจมากกว่าเขาซะอีก

 

ทงเฮ?...ทงเฮเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ

 

ชายหนุ่มที่เริ่มตีอารมณ์ขุ่นมัวของคนตัวเล็กไม่ออก...จับร่างบางที่เริ่มหันหน้าหนีมาเผชิญหน้าอีกครั้ง สายตาเรียวที่มองกลับมาเต็มไปด้วยความน้อยใจเต็มที่

 

เกี่ยวหรือไม่เกี่ยว พี่โจวมี่ก็รู้อยู่แก่ใจนิฮะ

 

แล้วพี่จะรู้ได้ยังไงล่ะครับ...พี่เคยไปสนใจอะไรทงเฮซะที่ไหน คนที่พี่สนใจก็มีอยู่แค่คนเดียวเท่านั้นล่ะ ไม่พูดเปล่า...สองมืออุ่นอ้อมเขากอดรั้งคนตัวเล็กเข้าเต็มอ้อมแขน...แต่เด็กดื้อก็ยังไม่ยอมแต่โดยดี

 

มีคนที่พี่สนใจมากกว่าพี่ทงเฮด้วยเหรอไง?

 

เด็กน้อยในอ้อมกอดทำซื่อลอบถามทั้งที่สองแก้มนวลขึ้นสีจัด

 

ก็ถ้าเจ้าตัวเขายังไม่รู้....พี่ก็ไม่อยากพูด

 

ชายหนุ่มเริ่มตีรวน....ย้อนคนตัวเล็กด้วยคำพูดแบบเดียวกัน

 

เอ๊ะ...พี่โจวมี่!~

 

เด็กหนุ่มละสายตาขึ้นมองใบหน้าคมเข้มอย่างหาเรื่อง...แต่พอได้มองเต็มตาก็ต้องรีบก้มหน้าหลบ พวงแก้มขาวกลับขึ้นสีระเรื่อมากกว่าเดิม ...สายตาที่มองกลับมาสื่อความหมายมากมายให้เขาเข้าใจได้ทันที

 

เฮนรี่...ไม่รู้จริงๆเหรอครับว่าพี่สนใจใคร...ไม่รู้เหรอว่าพี่รักใคร?

 

ชายหนุ่มไม่ยอมแพ้ มือใหญ่เบือนใบหน้าเล็กให้กลับมาประสานตาดังเดิม...ถ้อยคำที่บอกกล่าวซึมทราบเข้าไปในหัวใจดวงเล็ก

 

ไม่รู้...ผมจะไปรู้ได้ยังไง

 

ทั้งที่อายจนอยากแทรกตัวหนี...แต่สองมือแข็งแรงที่ผ่อนแรงลงเปลี่ยนเป็นจัดคนตัวเล็กให้เอนหลังนอนลงกับเตียงนุ่ม กลับทำให้ร่างบางเต็มใจและยินยอมที่จะตกอยู่ในกรงแขนแข็งแรงแทน

 

งั้นพี่ใบ้ให้อีกหน่อยก็ได้...คนที่พี่รักน่ะนะ ดูภายนอกเหมือนจะเงียบเฉย ไม่สนใจอะไรรอบตัว ...แต่จริงๆแล้วทั้งดื้อ ทั้งเอาแต่ใจ คิดมาก ขี้เหงา ขี้โมโห แต่ทุกอย่างก็ทำให้พี่รักเขา...จนไม่คิดจะสนใจใครอีก ...พอรู้ตัวสายตาพี่ก็เฝ้ามองตามแต่เด็กคนนั้น รักจนต้องคอยมาดูแลอยู่ใกล้ๆเวลาเห็นเขาไม่สบายใจ...แต่สงสัยคงจะใกล้มากเกินไป จนเจ้าตัวเขาไม่รู้เรื่องล่ะมั้ง

 

ชายหนุ่มตอบยาวพร้อมยกรอยยิ้มล้อเลียน

 

พี่โจวมี่.......

 

 ใบหน้าเล็กยิ่งขึ้นสีแดงจัด แต่ก็ไม่อาจละจากดวงตาคมของคนด้านบน....ดวงตาสีนิลราวกับจะดูดกลืนลมหายใจเขาจนติดขัด

 

แล้วตกลงคนดีของพี่รู้รึยังครับว่าพี่รักใคร?

 

อืม....

 

เสียงหวานครางแผ่วเมื่อริมฝีปากได้รูปละเลียดบางเบาบนกลีบปากนุ่ม...และไม่กล้าจะลุกล้ำให้มากเกินไปกว่านั้น แต่รสสัมผัสที่นุ่มนวลกลับทำเอาคนตัวเล็กตื่นเต้นเหมือนหัวใจตัวเองจะหลุดออกมา

 

งั้นเหรอ แล้วนายคิดว่าเขาจะคิดเหมือนพี่มั๊ย...พี่อยากได้ยินเขาบอกรักพี่จัง

 

นอกจากริมฝีปากที่เคลียแก้มนุ่ม...เสียงกระซิบแผ่วเบายิ่งทำให้เด็กหนุ่มใจเต้นระรัว

 

คนดี....รักพี่รึเปล่าครับ?

 

พี่โจวมี่....อืม....รัก.....รักฮะ

 

เพียงคำรักสั้นๆอย่างเขินอายของคนตัวเล็ก...ก็เรียกรอยยิ้มกว้างให้ชายร่างสูง

 

พี่ก็รักนาย...พี่รักนายคนเดียวเท่านั้นเฮนรี่ ...เด็กดื้อของพี่

 

สิ้นคำบอกรักหวาน...ริมฝีปากสวยที่เฝ้าคลอเคลียอยู่ไม่ห่างเริ่มรุกรานคนในอ้อมแขนมากขึ้น

รสจุมพิสแสนหวานยิ่งกว่าช็อคโกแลตวิสกี้รสโปรดทำเอาคนตัวเล็กแทบไม่มีสติหลงเหลือ และยอมเป็นผู้ตามที่ดีในการจูบที่กินเวลายาวนาน...จนเมื่อมือใหญ่เลื่อนปลดกระดุมเพียงไม่กี่เม็ดและสอดมือผ่านเสื้อตัวหลวมเข้าไปสัมผัสยอดอกเล็กสีชมพู ก็เรียกสติคนน่ารักให้กลับมาได้

 

อ่ะ....เดี๋ยวก่อน...พี่โจวมี่หยุดก่อน!!

 

ทำไมล่ะ หืมม์ ...คนดีไม่ต้องการพี่เหรอครับ

 

ทั้งๆที่คนตัวเล็กก็ดูมีความต้องการในตัวเขาเหมือนกัน...เมื่อสังเกตจากอาการตอบรับเมื่อครู่ แล้วจะทนปฏิเสธความต้องการของตัวเองไปทำไม

 

คือ....มันเร็วเกินไป

 

มือน้อยข้างหนึ่งยกขึ้นกำเสื้อเชิ้ตตัวบางของตน และอีกข้างที่วางก็ดันอกแกร่งออกเบาๆ

 

ไม่เร็วเกินไปหรอก...ลองคิดถึงเวลาที่เรารักกันและกันสิ มันนานแค่ไหนแล้ว...นายรู้มั๊ยพี่รักนายมากแค่ไหน นายจะหาว่าพี่เป็นคนไม่ดีก็ได้แต่พี่คิดถึงวันนี้มาตลอด...วันที่เราจะกลายเป็นคนคนเดียวกัน

 

เอ่ยถ้อยคำพลางลูบผ่านเรือนผมสีอ่อนเพื่อปลอบประโลมเด็กน้อยที่กำลังตื่นกลัว

 

แต่ถ้าไม่ยังไม่พร้อมพี่ก็ไม่ฝืนนะ...แค่วันนี้พี่ได้หัวใจของนายมา มันก็มีความสุขมากแล้ว

 

คนตัวโตพยายามระงับความต้องการของตัวเองด้วยการก้มลงจูบลงบนศีรษะเล็กและสูดดมความหอมจากเรือนผมนุ่ม...เมื่อได้เห็นในระยะใกล้ ร่างเล็กจึงรับรู้ได้ว่าคนรักกำลังต่อสู่กับความต้องการในตัวเขาที่มีอยู่มากมายมากแค่ไหน...หยาดเหงื่อเม็ดใหญ่ที่ผุดขึ้นเต็มใบหน้าหล่อพร้อมทั้งร่างกายส่วนล่างที่บ่งบอกความต้องการเป็นหลักฐานที่ชัดเจน

 

 

แล้วตัวเขาล่ะ...ไม่รักพี่โจวมี่งั้นเหรอ?

ไม่หรอก...เขารักพี่โจวมี่ ...รักมากด้วย

แล้วเขาจะปล่อยให้คนที่ตัวเองรักต้องทรมานไปทำไมกันล่ะ?

 

 

พี่โจวมี่....ผมขอโทษ

 

เสียงเล็กที่ออกจากปากเรียวสวยพร้อมทั้งแรงฉุดรั้งเล็กน้อยที่สัมผัสได้จากเสื้อของตน...ทำให้คนตัวโตเพิ่งลุกจากเตียงและกำลังจะหันหลังกลับหันมาให้ความสนใจ

 

หืมม์ ขอโทษทำไมคนดี...นายไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ร่างสูงลดตัวลงนั่งกับเตียงอีกครั้ง ก่อนดึงคนน่ารักเข้ามากอดเต็มตัว ...ร่างเล็กที่สั่นน้อยๆทำให้เขาใจไม่ดี

 

ผิดสิ...ทั้งที่รู้ว่าพี่รักผม...ทั้งที่รู้ว่าพี่ต้องการผม แต่ผมกลับโกหกตัวเองว่าไม่พร้อม

 

ร่างเล็กสูดลมหายใจลึก...เพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองอีกเล็กน้อย

 

พี่โจวมี่ฮะ...ผมรักพี่...ให้ผมเป็นของพี่นะ

 

พูดพลางดันตัวเองออกจากอ้อมกอดใหญ่...ดวงตาเรียวมองหน้าคนรักเต็มตาก่อนจะผุดรอยยิ้มสวยให้อีกฝ่ายเบาใจ...แต่คำพูดสุดท้ายของคนตัวเล็กกลับทำให้ชายหนุ่มเป็นกังวล เขากำลังทำให้คนที่เขารักลำบากใจหรือเปล่า?

 

แต่ถ้านายไม่พร้อ........

 

ยังไม่ทันที่จะเอ่ยให้จบประโยค...รสจูบอ่อนหวานของคนไม่ประสาก็ถูกส่งมาให้คนตัวสูง และในเวลาไม่นานคนตัวเล็กที่ตั้งใจจะเป็นฝ่ายเริ่มในคราแรก ก็เต็มใจปล่อยให้ร่างสูงเป็นผู้นำทางอีกครั้ง

 

ขอบคุณครับคนดี...เฮนรี่จะเป็นของพี่ และพี่ก็จะเป็นของเฮนรี่เหมือนกัน...รักมากนะครับคนดี

 

ยิ้มให้กันและกันอีกครั้งก่อนที่คนตัวโตจะเลื่อนขึ้นจูบที่สองแก้มนวลอย่างรักใคร่ และปล่อยให้ร่างกายดำเนินไปอย่างที่หัวใจต้องการ...ความรักที่เฝ้าบ่มเพาะกันมานาน...เมื่อถึงเวลาต่างก็เติมเต็มให้กันด้วยความเต็มใจ

 

.

.

 

แสงแดดอ่อนๆยามเช้าปลุกสิ่งมีชีวิตให้ตื่นจากนิทรา ผู้คนต่างลุกขึ้นทำกิจวัตรประจำวันของแต่ละคน ...อาหารมื้อเช้าถูกจัดวางให้เลือกทานมากมายในห้องอาหารหรูของโรงแรมชื่อดัง เสียงร้องโวยวายดังขึ้นเป็นระยะจากหนึ่งในกลุ่มบุคคลซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวยาวติดกระจกใสบานใหญ่ เรียกรอยยิ้มจากผู้คนโดยรอบอย่างไม่รู้ตัว

 

ไอ้เด็กผี...! เอาเบคอนฉันคืนมานะ

 

เสียงของรุ่นพี่ร่างเล็กเอ่ย พลางยื่นส้อมไปแย่งเบคอนชิ้นใหญ่ที่ควรเป็นของตนในจานกระเบื้องของคนตรงหน้าคืน

 

อ้าว...ของพี่เหรอครับ ผมไม่เห็นมีชื่อติดไว้เลย

 

คนกำลังพับครึ่งเบคอนให้เหลือขนาดพอดีคำ ยักคิ้วตอบกลับอย่างกวนๆ ก่อนใช้ส้อมจิ้มส่งเบคอนเข้าปากไม่สนใจเสียงโวย

 

อ๊ากกก เบคอนฉัน!! ...แกกินเบคอนชิ้นสุดท้ายของฉัน เอาคืนมานะไอ้เด็กบ้า!”

 

เรื่องอื่นพอจะคุยและอภัยกันได้...หากแต่เรื่องอาหารการกินแล้ว อี ทงเฮคนนี้ไม่มีทางยอมแน่...

ร่างเล็กลุกพรวดขึ้น โน้มตัวไปบีบคอรุ่นน้องร่างสูงฝั่งตรงข้ามทันทีที่เห็นอาหารสุดโปรดหายเข้าปากเด็กหนุ่ม

 

คืนไม่ได้แล้วพี่ ผมกลืนลงไปแล้ว...ถ้าพี่จะเอาคืนก็ปล่อยผม เดี๋ยวผมไปอ้วกออกให้ เด็กหนุ่มกล่าว พลางพยายามดึงมือเรียวออกไม่ให้รุ่นพี่ร่างเล็กบีบคอตนได้

 

ไอ้บ้าคยูฮยอน! ใครจะไปกิน! ...ฮื่อๆ เบคอนฉัน ร่างเล็กปล่อยเด็กหนุ่มเป็นอิสระ นั่งจุ้มปุ๊กเบะปากโอดโอยถึงเบคอนที่หายวับไปต่อหน้าต่อตา

 

หัวหน้ายูนิตที่มองภาพนั้น ได้แต่ส่ายหน้าน้อยๆ ...มือใหญ่ยกขึ้นลูบผมดำสนิทของคนข้างๆเบาๆ

 

เอาน่าปลาน้อย...ให้น้องไปเถอะ

 

แต่ว่า... เบคอนผม... คนตัวเล็กยังคงคร่ำครวญ

 

 ฮันคยองเห็นร่างเล็กทำหน้าเง้าคล้ายจะร้องไห้ ก็อดยิ้มเอ็นดูไม่ได้

 

อ่ะ...เอาของพี่ไปแล้วกัน ร่างสูงกล่าว พลางตักเบคอนในจานใส่จานของอีกคน ก่อนขยี้ผมร่างเล็กอย่างหมั่นเขี้ยว แล้วก็...เลิกทำหน้าแบบนั้นได้แล้ว

 

จากยิ้มร่าเพราะได้เบคอนชิ้นใหม่ แถมใหญ่กว่าชิ้นเดิมอีกต่างหาก ...ร่างเล็กก็ปรับเปลี่ยนอารมณ์แทนที่ด้วยสายตาขวางๆ มือเรียวหยุดการหั่นแบ่งชิ้นเบคอนที่ร่างสูงยกให้ทันที ....ดวงหน้าหวานหันมาจ้องอีกฝ่าย เอ่ยถามน้ำเสียงเอาเรื่อง

 

ทำไมฮะพี่ฮันคยอง ...ผมทำหน้าแบบนี้แล้วมันทำไม

 

เจ้าของชื่อหัวเราะในลำคอกับการขู่ของร่างเล็กอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนเลื่อนหน้าเข้าไปกระซิบข้างหู

 

มันน่ารัก...จนอยากจะสานต่อเรื่องเมื่อคืนนะสิ

 

เป็นคำตอบที่สามารถเรียกเอาเลือดในร่างกายไหลเวียนมารวมอยู่บนดวงหน้าน่ารักได้ไม่ยาก ...มือเรียวจับส้อมติดชิ้นเนื้อเข้าปาก อมปลายส้อมไว้ไม่ยอมปล่อยแก้เขิน

 

โหยยย พี่คร้าบ...ถ้าจะหวานกันก็ช่วยไปหวานที่อื่นเถอะครับ เดี๋ยวมดมันจะขึ้น...ใช่มั้ยครับพี่เรียวอุค

 

ไอ้หนูลักกี้นัมเบอร์เอ่ยแซว ก่อนหันไปขอความเห็นรุ่นพี่เสียงใสซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ

 

อย่าไปแซวน่าคยู...แค่นี้ทงเฮก็แทบจะเอาหน้ามุดลงใต้โต๊ะแล้ว คิกคิก เรียวอุคตอบ แต่ก็ไม่วายแอบแซวนิดๆ ...มองคนเขินหน้าแดงและพยายามก้มหน้างุด ผิดกับชายหนุ่มข้างกายที่นั่งเอาแขนพาดพนักเก้าอี้คนด้านข้าง อมยิ้มจิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์

 

พวกนายว่าสองคนนี้หวานจนมดขึ้นเหรอ...งั้นสองคนนู้นคงมีผึ้งบินตาม

 

เสียงทุ้มนุ่มของซีวอนดังแทรกขึ้นกลางบทสนทนา หลังจากนั่งคุยโทรศัพท์เงียบๆคนเดียวอยู่นาน ก่อนบุ้ยหน้าให้เหล่าสมาชิกมองตาม

 

.

.

 

“ปล่อยผมเถอะฮะพี่โจวมี่ ผมเดินเองได้...พี่ไม่ต้องพยุงผมหรอก” เสียงเล็กร้องบอกชายหนุ่มที่คอยประคองตนตลอดทางมาห้องอาหาร

 

“เอาน่า...พี่รู้ว่านายเดินไม่ไหว ให้พี่ช่วยนะเฮนรี่” ชายหนุ่มร่างสันทัดเอ่ย วงแขนยังคงคอยโอบประคองร่างเล็ก ไม่มีทีท่าจะปล่อยตามคำขอของร่างในอ้อมแขน

 

“ผมเดินไหวจริงๆ พี่โจวมี่ปล่อยผมเถอะนะฮะ ...ผมอาย” ร่างเล็กร้องบอกอีกครั้ง เมื่อนัยน์ตาสีสวยสบเข้ากับดวงตาห้าคู่ที่กำลังมองมาทางตน ...ความร้อนเพิ่มขึ้นที่ใบหน้าอย่างรวดเร็ว เลือดในร่างกายไหลเวียนมากองอยู่บนดวงหน้าขาวใสทันที

 

“แต่พี่เป็นคนทำให้นายเป็นแบบนี้...นะครับเฮนรี่ ให้พี่ช่วยนะ” คนแก่กว่ายังคงยืนยันคำเดิม

 

“ตะ...แต่ว่า...”

 

“ไม่มีแต่...แล้วถ้านายโวยวายอีกทีละก็ พี่จะอุ้มนายแทน”

 

สิ้นคำกล่าว...ริมฝีปากสีอ่อนปิดแน่นสนิทไม่มีคำใดหลุดรอดแม้แต่คำเดียว ดวงหน้าแดงระเรื่อไม่จางหาย

โจวมี่ยกยิ้มอย่างพอใจเมื่อคนตัวเล็กหยุดโวยวายตามที่เขาบอก ก่อนประคองร่างเล็กมานั่งร่วมวงกับสมาชิกคนอื่นที่โต๊ะอาหาร

 

แน่นอนว่า...ทุกคำพูดทุกการกระทำตกเป็นเป้าสายตาเพื่อนวง

เสียงเจื้อยแจ้วของรุ่นพี่ร่างเล็กเอ่ยแซวทันทีที่ทั้งสองหย่อนตัวนั่งร่วมโต๊ะ

 

“พี่ฮันคยอง...ผมรู้สึกพะอืดพะอมคลื่นไส้ยังไงก็ไม่รู้ฮะ อยากจะอ้วก...อ๊อกกกก”

 

“อ้าว...! เป็นอะไรมากหรือเปล่าปลาน้อย...เมื่อคืนแค่ไม่กี่ครั้งเองนะ ปลาน้อยท้องแล้วเหรอ”

 

แทนที่จะรับมุกช่วยแซวต่อ ชายหนุ่มเจ้าของนามกลับกล่าวหยอกล้อแกล้งคนรักแทน...ทำเอาคนถูกแซวถึงกับทำหน้าไม่ถูก ร้องโวยวายกลบเกลือน

 

“พี่ฮันคยอง...!!! จะบ้าเหรอท้องเทิ้งอะไรกัน ไม่ช่วยแล้วยังจะพูดเรื่องที่เป็นไม่ได้อีก ชริ” ว่าแล้วก็สะบันหน้าหนีไปอีกทาง

 

ครั้นเห็นคนรักร่างเล็กแสดงท่าทีให้รู้ว่ากำลังงอน ฮันคยองจึงรีบจัดการง้อเป็นการด่วน!

มือใหญ่ยกขึ้นโอบลูบหัวไหล่เบาๆ นิ้วชี้จิ้มแก้มป่องพองลมของคนน่ารัก

 

“โอ๋...ๆ อย่างอนเลยนะครับหมวยน้อย พี่แค่แหย่เล่นเองน่า...นะๆ ยิ้มหน่อยเร็วๆ พี่ชอบเวลาหมวยน้อยยิ้มนะ หมวยน้อยยิ้มน่ารัก”

 

ทุกคำกล่าวง้อ ทำเอาคนงอนถึงกับลอบยิ้ม...แอบปลายตามองร่างสูง

ตอนแรกกะจะแกล้งงอนให้ง้อต่ออีกสักหน่อย...แต่พอเห็นใบหน้าเกลี้ยงเกลา ประดับรอยยิ้มอบอุ่นที่มอบให้พร้อมแววตาที่ถึงแม้จะดูกะล่อนแต่ก็ซ่อนความรักไว้ภายใน จึงอดใจอ่อนไม่ได้ทุกที….แพ้ทางฮันคยองทุกทีสิน่าอีทงเฮ~

 

ร่างเล็กจึงหันมาฉีกยิ้มกว้างให้ตามคำขอ โดยแถมโปรโมทชั่นด้วยการหอมแก้มอีกหนึ่งที...เรียกเสียงผิวปากโหร้องแซวกันยกใหญ่ ไม่เว้นกระทั่งคู่เพิ่งมาใหม่อย่างโจวมี่และเฮนรี่ที่แอบจับมือกันอยู่ใต้โต๊ะโดยที่ไม่มีใครเห็น....แต่ทุกคนก็ต้องหันไปมองชายหนุ่มร่างสูงอีกคนที่ลุกขึ้นพลางทำท่าจะออกจากวงสนทนาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย.....

 

“อ้าว!! ...นายจะไปไหนน่ะซีวอน” หัวหน้ายูนิตร้องถามหนึ่งในเจ็ดสมาชิกวง ที่อยู่ๆก็ลุกขึ้นพรวดพราดท่ามกลางเสียงหัวเราะ

 

ซีวอนเอียงคอหันกลับมามองพร้อมกับเลิกคิ้ว ทิ้งท้ายลาคนในโทรศัพท์ด้วยถ้อยคำหวานๆ.....ก่อนหันมาตอบอีกห้าชีวิตที่มองอย่างไม่เข้าใจ....

 

“ขึ้นเครื่องกลับเกาหลี อยากกินไก่ต้มโสม...โอ๊ยย เล่นมาหวานไม่สนใจคนห่างแฟนบ้างเลย คิดถึงฮยอกแจจะแย่แล้ว”

 

รีบพูดแล้วก็รีบก้าวเท้ายาวๆไปยังรถที่ผู้จัดการซึงฮวานเตรียมไว้ตรงสู่สนามบินทันที...ไม่สนใจเสียงร้องแซวจากบรรดาสมาชิก ซึ่งดังกว่าครั้งไหนๆ

 

ก็นะ...ใครมันจะสน เล่นมาจู๋จี๋ให้เลือกดูเป็นคู่ๆแบบนี้

แน่นอนว่า...คนจากบ้านห่างสุดที่รักมาไกลอย่าง ชเว ซีวอน ไม่มีทางทนดูอยู่เฉยๆได้แน่...รีบจัดการบอกผู้จัดการคู่ใจจองเที่ยวบินกลับโซลแบบรวดเร็วที่สุด ตั้งแต่เมื่อวานหลังจากว่างโทรศัพท์ที่มักหยิบขึ้นมากดเบอร์คุ้นเคยทุกครั้งที่ว่าง ...แต่น่าเสียดายที่เที่ยวบินเร็วสุดคือเช้านี้ ไม่งั้นเขาคงได้กอดหมอนข้างนุ่มๆตั้งแต่เมื่อคืน....

 

ซีวอนไม่อยู่....อย่างนี้พวกเราก็ว่างใช่มั๊ยพี่เกิง

โจวมี่พูดตัดเสียงหัวเราะของสมาชิกร่วมวงที่ยังขำกับอาการคิดถึงแฟนออกนอกหน้าของซีวอน.....

 

แน่นอน....พี่ซึงฮวานเคลียงานหมดไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว พวกเราว่างกันอีกสามวันเต็มๆ

ฮันคยองหันมาตอบทั้งที่ยังหัวเราะค้างไม่หาย....

 

ดีเลย.....งั้นไปกันเถอะเฮนรี่

ไม่พูดเปล่า...พลางดึงน้องตัวเล็กที่กำลังมีความสุขกับอาหารมื้อเช้าแสนอร่อย.....

 

ไปไหนอ่ะพี่โจวมี่....ผมยังไม่อิ่มเลยนะ

 

เดี๋ยวขึ้นไปกินต่อบนห้องก็ได้.....พี่จะสั่งรูมเซอร์วิสขึ้นไปให้

 

คนตัวโตยังคงอธิบายพลางแกะขนมปังปิ้งจากมือเล็กลงวางไว้บนจานเหมือนเดิม...จูงมือคนตัวเล็กที่ยังงงไม่หายลุกขึ้นจากเก้าอี้

 

เอ๊?....ตกลงพี่จะไปไหนอ่ะ ตอบผมมาก่อนสิ...ไม่งั้นผมไม่ไปนะ

 

คนตัวเล็กรั้งตัวไว้เล็กน้อย...ก่อนจะรู้สึกถึงเรี่ยวแรงมหาศาลและพบว่าตัวเองลอยขึ้นมาอยู่ในอ้อมแขนคนตัวโตในท่าเจ้าหญิงซะแล้ว

 

นายคิดว่าช่วงข้าวใหม่ปลามันแบบนี้ พี่จะพานายไปไหนล่ะ ...เมื่อวานพี่นึกว่าวันนี้เราจะมีงาน พี่ถึงออมมือไว้ ถ้ารู้ว่าว่างแบบนี้ล่ะก็...พี่ไม่ปล่อยให้เราออกมาเดินเอ้อระเหยแบบนี้แน่คนดี

 

โจวมี่ไม่พูดเปล่า...ริมฝีปากนุ่มกดลงบนแก้มนวลของคนตัวเล็กเต็มที่ ก่อนจะก้าวเท้ายาวเข้าลิฟท์แก้วตัวสวยที่มุ่งไปยังห้องพักส่วนตัวของคนทั้งสอง....ทิ้งให้ได้ยินเสียงโวยวายของเฮนรี่เล็ดรอดออกมาเล็กน้อยก่อนจะเงียบไป

 

ทันทีที่ภาพและเสียงสุดอัศจรรย์ของสมาชิกคนจีนทั้งสองของวงค่อยเงียบไป...ปลาน้อยลีทงเฮก็รีบยกมือขวาของตนแตะที่อกซ้าย...อกขวาและหน้าผากตัวเองเบาๆ....ก่อนจะประกบมืออธิษฐานตามหลักศาสนาคริสต์จนฮันคยองต้องมองอย่างไม่เข้าใจ

 

ทำอะไรของนายเหรอปลาน้อย.......

 

ภาวนาให้เฮนรี่ปลอดภัยฮะ.....อีกสามวันเจอกันนะเฮนรี่....อาเมน~”

 

  

 

 

The enD !!

 

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home